หิมะ(1)“สมัยที่ข้ายังเด็กมาก หว่านเหนียงบอกข้าว่าฮองเฮาคือสตรีผู้สูงศักดิ์ที่สุดในใต้หล้า สถานที่ที่ฮองเฮาประทับมีนามว่า ‘ตำหนักคุนหนิง’ ข้าจึงถามหว่านเหนียงว่าตำหนักคุนหนิงนั้นมีสภาพเป็นเช่นไร”
“หว่านเหนียงตอบว่านางก็ไม่รู้เช่นกัน”
“ข้านั่งอยู่ใต้ชายคาบ้านที่มีฝนรั่วอยู่ในแถบชนบท ครุ่นคิดว่าหากกลายร่างเป็นห่านปั่าที่สามารถโผผินเหนือนภา และโบยบินสู่เมืองหลวงอันรุ่งเรืองเฟืองฟูแล้วทะยานเข้าไปในวังหลวงแห่งนั้นเพื่อดูว่าตำหนักคุนหนิงมีสภาพเป็นเช่นไรได้ มันจะดีสักเพียงใดกัน?”
ประตูตำหนักปิดสนิท มีเพียงหน้าต่างทางด้านซ้ายที่เปิดแง้มเอาไว้เท่านั้น
ท้องนภามืดครึ้ม แสงแดดหรุบหรู่
ภายในตำหนักคุนหนิงซึ่งเดิมทีมักอึกทึกคึกคัก ยามนี้กลับไร้นางกำนัลแม้แต่คนเดียว
เหลือเพียงเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งกำลังนั่งคุกเข่าหลังเหยียดตรงอยู่หน้าโต๊ะ ใช้นิ้วมือเรียวยาวขาวผุดผ่องจับที่เขี่ยกำยานมาเขี่ยด้านในเตาจุดกำยานปั๋อซาน[1]สลักทองซึ่งวางอยู่บนโต๊ะนั้นอย่างเบามือ ควันลอยอ้อยอิ่งออกมาจากช่องโถราวกับเส้นไหม ชายแขนเสื้อปักดิ้นทองลายหงส์[2]ของนางแผ่สยายทอดยาวอยู่ด้านหลัง ลายเมฆาอันสลับซับซ้อนเปล่งประกายระยิบระยับเล็กน้อยท่ามกลางความมืดมิด
“ต่อมาข้าก็ได้มายังเมืองหลวงจริง ๆ นับว่าสวรรค์ได้เล่นตลกกับข้าครั้งใหญ่ ทั้งที่ทำให้ข้าเป็นคนมีใจคิดเพ้อฝันแท้ ๆ แต่กลับส่งตัวข้าไปเติบใหญ่อยู่ในแถบชนบท จนปราศจากบุคลิกเยี่ยงคุ