ณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ภายหลังถึงค่อยพาข้ามาอาศัยในสถานที่แสนรุ่งเรืองทว่ามีแต่การแก่งแย่งชิงดีแห่งนี้ โดยประทานเพียงรูปลักษณ์อันงดงามมาให้แก่ข้าเท่านั้น…”รูปโฉมของเจียงเสวี่ยหนิงนั้นงามพิลาสเฉิดฉันดั่งปทุมชาติที่บานสะพรั่งในสระน้ำ
คิ้วโก่งดั่งคันศร หางตาชี้ขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากแดงดุจแต่งแต้มเติมชาด กอปรด้วยความงามหยาดเยิ้มซึ่งมีโดยธรรมชาติ และเนื่องจากหลายปีมานี้ครอบครองตราหงส์ มีสถานะสูงส่งจึงยิ่งบ่มเพาะให้มีบุคลิกงามสง่าอันหาได้ยากยิ่งขึ้นอีกสามส่วน
เพียงก้มหน้าหลุบตาก็พาให้ผู้คนใจเต้นไม่เป็นส่ำแล้ว
โหยวฟางอิ๋นยืนเยื้องด้านหลังนางอย่างสงบนิ่งเป็นเวลานาน ครั้นได้ยินเสียงอันเลื่อนลอยแผ่วเบาของเจียงเสวี่ยหนิง นางก็นึกถึงชีวิตของคนตรงหน้าซึ่งมีแต่การแก่งแย่งชิงดีและเจ้าคิดเจ้าแผนการในสายตาผู้อื่นพลันตกอยู่ในภวังค์เล็กน้อย
ถึงกับบังเกิดความรู้สึกโศกสลดจากก้นบึ้งของหัวใจ ด้วยต่างรู้กันดีว่านางหนีไม่รอดแล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงพลันหัวเราะออกมาคราหนึ่ง“ฟางอิ๋น ช่วงนี้ข้ามักคิดอยู่เสมอว่าข้าผิดไปแล้วจริง ๆ หรือ?”
ช่วงวัยเยาว์นั้น นางถูกหว่านเหนียงเลี้ยงดูจนเติบใหญ่โดยไม่ล่วงรู้ถึงชาติกำเนิดของตนเองเอาแต่ทำตัวเกกมะเหรกเกเรตามปั่าเขาลำเนาไพรและเรือกสวนไร่นาอยู่นอกเรือน เป็นเพียงสกุณาที่ไม่มีผู้ใดกำราบได้ตัวหนึ่ง จะมีก็เพียงเครื่องประทินโฉมของหว่านเหนียงเท่านั้นที่ทำให้นางกลับบ้านได้
หว่านเหน