ียงเป็นโซ่วหม่า[3] เป็นสตรีในหมู่สตรี
นางบอกว่าแผ่นดินคือใต้หล้าของบุรุษ มีเพียงบุรุษเท่านั้นที่จะสยบได้ ส่วนสตรีนั้นขอเพียงสยบบุรุษได้ ก็เท่ากับสยบแผ่นดินได้แล้ว
หลังจากเจียงเสวี่ยหนิงเดินทางระหกระเหินกลับมาเมืองหลวง นางก็ได้รู้จักกับเยี่ยนหลินท่านโหว[4]น้อยแห่งจวนหย่งอี้โหว เขาพานางแต่งกายปลอมตัวเป็นชายออกไปเที่ยวเล่นสนุกสนานอย่างอุกอาจในเมืองหลวง แม้แต่บิดามารดาของนางก็ยังไม่กล้าติเตียนสั่งสอนมากเท่าใดนักความสัมพันธ์นี้ให้ความรู้สึกเหมือนคู่รักซึ่งเป็นเพื่อนเล่นมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยอยู่หลายส่วน
ต่อมาจวนหย่งอี้โหวเข้าไปพัวพันกับคดีผิงหนานอ๋องก่อกบฏ
เยี่ยนหลินถูกเนรเทศไปไกลทั้งตระกูล
หนุ่มน้อยซึ่งยังไม่ได้เข้าพิธีสวมกวาน[5]ได้ปีนข้ามกำแพงสูงของจวนตระกูลเจียงเพื่อมาหานางกลางราตรี ออกแรงกุมมือนางพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า “หนิงหนิง รอข้านะ ข้าจะกลับมาสู่ขอเจ้าแน่”
เจียงเสวี่ยหนิงกลับพูดกับเขาว่า “ข้าจะแต่งงานกับเสิ่นเจี้ย ข้าอยากเป็นฮองเฮา”
นางยังจำได้ว่าเยี่ยนหลินตอนเป็นหนุ่มน้อยมองนางด้วยสายตาปวดร้าว เบ้าตาแดงก่ำ ขบกรามแน่น ประหนึ่งสัตว์ร้ายที่ถูกจองจำและกำลังดิ้นรนขัดขืน
ราตรีนั้นหนุ่มน้อยปลดเปลื้องความอ่อนเยาว์และไร้เดียงสาไปจนหมดสิ้น เขาปล่อยมือนางหมุนกายแล้วหายลับไปกับความมืดมิดห้าปีต่อมา นางได้เป็นฮองเฮาของเสิ่นเจี้ยแล้ว
หนทางของการขึ้นเป็นฮองเฮามิได้ราบรื่นนักเพราะฉะน