ั้นในช่วงชีวิตอันแสนสั้นของนางจึงยังมีบุคคลดังเช่นเยี่ยนหลินอยู่อีกไม่น้อย
อาทิ เซียวติ้งเฟย รองเสนาบดีกรมคลัง
โจวอิ๋นจือ ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร
หรือแม้กระทั่งองค์หญิงใหญ่[6]เล่อหยาง[7]เสิ่นจื่ออี ซึ่งต้องจบชีวิตที่เมืองนอกด่านหลังจากนั้น เป็นต้น…เพียงแต่ผู้ใดก็คาดไม่ถึงว่าจะมีวันที่หนุ่มน้อยในกาลก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง หลังจากสร้างผลงานการรบที่ชายแดน เยี่ยนหลินก็เข้าสวามิภักดิ์กับเซี่ยเวย แล้วยกข้ออ้าง ‘กวาดล้างคนเลวข้างกายฮ่องเต้’ สวมชุดเกราะ กรีธาทัพล้อมเมืองหลวง ควบคุมทั้งราชวังและกักบริเวณนางเอาไว้
เสิ่นเจี้ยถูกคนวางยาพิษจนล้มหมอนนอนเสื่อไม่สนใจราชกิจ
ดังนั้นเยี่ยนหลินจึงเข้าออกตำหนักของนางอย่างอุกอาจเปิดเผย ทุกครั้ง ที่มาก็จะไล่คนให้ออกไปจากตำหนัก บางครั้งก็มาพร้อมกลิ่นสุรารุนแรง…ทั้งในและนอกราชสำนักล้วนไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปาก
เพราะทุกคนต่างรู้ว่าเขาเป็นทั้งมือซ้ายและขวาของเซี่ยเวย
ยามเซี่ยเวยเข่นฆ่าผู้คนไปครึ่งวังหลวง เป็นเยี่ยนหลินที่นำทหารเฝั้าอยู่หน้าประตูทุกตำหนักเพื่อปั้องกันมิให้มีผู้ใดหลบหนีเล็ดรอดไปได้ ยามเซี่ยเวยประหารตระกูลเซียวเก้าชั่วโคตร ก็เป็นเขาที่นำกำลังทลายประตูที่ปิดสนิท เข้าจับกุมบุรุษ สตรี เด็ก และคนชราออกมาเสียสิ้น…
บัดนี้เขากับเซี่ยเวยผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งพระอาจารย์ของฮ่องเต้กำลังยืนอยู่หน้าประตูตำหนักของนาง
เสิ่นเจี้ยสวรรคตไปแล้ว ทิ้งราชโองการไว้ให้นา