่วนอีกทางหนึ่งก็ทั้งรู้สึกน้อยใจและรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาอดใช้มือกุมแก้มตนเองไม่ได้“จะทำอะไรได้เล่า? เปินหวัง[1]ไม่ใช่ชายตัดแขนเสื้อ[2]สักหน่อย!”
คิ้วคมของหนุ่มน้อยขมวดเข้าหากัน สายตาที่มองดูเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
เปินหวัง…
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึงงันในทันที
ถึงตอนนี้นางเพิ่งรู้สึกตัวในภายหลังว่าร่างของตนมีกลิ่นสุราคละคลุ้ง บนร่างสวมชุดสีเขียวปักดิ้นเงินลายต้นไผ่ แต่งกายเป็นหนุ่มน้อย ซ้ำยังรู้สึกปวดแสบปวดร้อนตรงฝั่ามือข้างที่ตบคนด้วยสตรีปลอมตัวเป็นบุรุษ
มิได้อยู่ในความฝัน
และในที่สุดใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังถูกกระบี่ชี้หน้ากับเงาร่างของหนุ่มน้อยที่ขวางอยู่ตรงหน้าก็ค่อย ๆ ผุดขึ้นภายในความทรงจำของนาง ผู้หนึ่งคือว่าที่สามีของนางและฮ่องเต้ผู้ปกครองใต้หล้า ปัจจุบันเป็นหลินจืออ๋อง[3]นามว่าเสิ่นเจี้ย ส่วนอีกผู้หนึ่งคือซื่อจื่อ[4]จวนโหวนามว่าเยี่ยนหลิน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นขุนนางผู้ก่อกบฏและกักบริเวณนางไว้ในวังลึก!
นี่ก็คือการ ‘กลับมาเกิดใหม่’ ที่โหยวฟางอิ๋นพร่ำบ่นอยู่เสมอเช่นนั้นหรือชาติก่อนนางระมัดระวังละเอียดรอบคอบหลอกเหล่าบุรุษจนหัวปัน ส่วนชาตินี้เพิ่งจะเริ่มต้นก็ตบว่าที่ฮ่องเต้ไปฉาดหนึ่งเสียแล้ว…
คุกเข่าขอขมาตอนนี้ยังทันอยู่หรือไม่
——————–
1. เปินหวัง เป็นคำเรียกแทนตัวเองของอ๋อง2. ตัดแขนเสื้อ เป็นคำใช้เรียกผู้ชายที่ชอบผู้ชาย3. หลินจืออ๋องเป็นนามพระราชทานหนึ่งของอ๋อง4. ซื่อจื่อ