รเสรีจะดีกว่า ชาตินี้สุดท้ายแล้วชีวิตก็แค่พลาดพลั้งเข้ารั้วกำแพงวัง ถูกกักขังด้วยความมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรืองเท่านั้นเอง…”
โหยวฟางอิ๋นเงียบงันไร้ถ้อยคำ
เจียงเสวี่ยหนิงจึงถามขึ้นมาว่า “ฟางอิ๋น หากมอบโอกาสให้เจ้าเลือกอีกครั้งหนึ่ง เจ้ายังจะมาหรือไม่?”
โหยวฟางอิ๋นเป็นบุคคลที่แปลกประหลาดมากที่สุดเท่าที่เจียงเสวี่ยหนิงเคยรู้จักมาทั้งหมด
แต่เดิมสตรีนางนี้เป็นบุตรีอนุภรรยาของจวนปั๋อ เงอะงะงุ่มง่ามจนน่าสงสาร ครั้นตกน้ำนิสัยกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นับจากนั้นก็ออกปรากฏตัวในวงสังคมและทำการค้าจนมั่งคั่งทั้งเปิดร้านแลกตั๋วเงิน ทั้งก่อตั้งสมาคมการค้าในช่วงระยะเวลาอันสั้นเพียงไม่กี่ปีจึงกลายเป็นแม่ค้าใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองเจียงหนิง
หากเรียกนางว่า ‘โหยวครึ่งเมือง’ ก็เห็นจะไม่เกินเลยไปนัก
เพียงแต่นางโชคไม่ดี ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงในวังหลวงและราชสำนักนี้ คราแรกกลับเลือกยืนผิดฝัง ต่อมาแม้ว่าจะยอมสวามิภักดิ์ต่อเซี่ยเวยแล้วก็ตาม แต่ช่วงที่ผ่านมาก็เป็นที่หวาดระแวงและถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนักแห่งนี้
ทั้งสองต้องมาอยู่ร่วมกันอย่างน่าสังเวช แต่กระนั้นกลับกลายเป็นผู้รู้ใจซึ่งสนทนากันได้ทุกเรื่อง
เจียงเสวี่ยหนิงฟังนางเล่าประสบการณ์ที่ก่อร่างสร้างตัวมาด้วยมือเปล่า หลายคำที่ใช้เป็นถ้อยคำแปลกใหม่ ทั้งยังได้ยินนางพร่ำบ่นด้วยว่าตอนไปทำการค้าที่แคว้นอี๋[8]ซึ่งเป็นแคว้นต่างแดน สถานที่แห่งนั้นยังไม่มีเครื