บทที่ 2 ตำราวิหารแห่งราตรี
บัดนี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด จึงไม่มีแสงจันทร์สาดส่องเลยแม้แต่น้อย ภายในห้องโถงจึงมืดมิดจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือของตนเอง
หากเป็นผู้อื่นคงนอนพักผ่อนบนเตียงไปนานแล้ว แต่หลี่ลี่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เขานั่งอยู่ท่ามกลางกองตำรามากมาย จากนั้นหยิบตำราขึ้นมาเล่มหนึ่ง ก่อนจะยกตำราเล่มนั้นขึ้นมาจ่อใกล้ใบหน้าเพียงหนึ่งชุ่น*[1] แล้วค่อย ๆ พลิกอ่าน
หลี่ลี่นั้นมีสายตาที่ยอดเยี่ยมมาก เขาสามารถมองเห็นได้แม้จะอยู่ในความมืด ซึ่งถือเป็นทักษะพิเศษอย่างหนึ่งของเขา
“ไม่รู้ว่าท่านพ่อกับท่านแม่ที่อยู่ในเหวศิลากาฬอันเปียกชื้นและเย็นยะเยือกแห่งนั้นจะใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง ภาวนาขอให้ข้าประสบความสำเร็จโดยเร็ววัน เพื่อช่วยพวกท่านให้พ้นจากห้วงทุกข์นั้นด้วยเถิด”
หลี่ลี่พลิกอ่านตำราในความมืด ภาพตรงหน้าทำให้เขาหวนนึกถึงชีวิตเมื่อครั้งที่ต้องอาศัยอยู่ในเหวศิลากาฬ และเมื่อนึกถึงท่านพ่อกับท่านแม่ เขาก็รู้สึกขมขื่นขึ้นมาเล็กน้อย
เหวศิลากาฬมีชนเผ่าทมิฬจำนวนมากที่ตกเป็นทาสมาหลายชั่วอายุคน หลี่ลี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อสามปีก่อน ตอนเขาอายุสิบเอ็ดปี หลี่ลี่โชคดีที่หนีออกมาจากเหวศิลากาฬได้ หลังจากร่อนเร่พเนจรอยู่สามปี วันนี้เขาได้เข้าร่วมสำนักหมิงเยว่ จึงตั้งใจอย่างมากที่จะคว้าโอกาสในการฝึกฝนครั้งนี้เอาไว้
เด็กหนุ่มเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติและหันมาจัดการกับงานตรงหน้า
ผ่านไปครึ่ง