ค่อนคืนแล้ว เขาจัดตำราเพิ่มได้อีกแค่เจ็ดสิบถึงแปดสิบเล่มเท่านั้น พร้อมกับจัดหมวดหมู่ของตำราและบันทึกข้อมูลครบถ้วน แม้ว่าเขาจะเป็นชนเผ่าทมิฬที่สามารถมองเห็นได้ในที่มืด แต่ก็ไม่ชัดเจนเท่ากับตอนกลางวัน ทำให้ทำงานได้น้อยกว่าช่วงกลางวันมาก
ในยามนี้หลี่ลี่เหนื่อยล้ามากแล้ว เขาจึงคิดว่าจะอ่านตำราอีกสามเล่มแล้วค่อยไปพัก…
เขาเอื้อมมือไปหยิบสมุดภาพเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘ตำราวิหารแห่งราตรี’ ขึ้นมา เตรียมจะเปิดอ่าน
ทว่าเมื่อเอื้อมมือหยิบสมุดภาพเล่มนั้นเข้ามาดูใกล้ ๆ เขากลับพบว่ามันเป็นตำราบันทึกการเดินทางที่มีชื่อว่า ‘บันทึกท่องราตรีในดินแดนตะวันตก’
“อืม หรือว่าข้าตาฝาดไป?” หลี่ลี่วางตำราเล่มนั้นห่างออกไปไม่มากนัก
ทันใดนั้นตัวอักษรตำราวิหารแห่งราตรี ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนหน้าปกของตำราเล่มนั้น ด้านล่างของตัวอักษรยังมีภาพวาดที่เลือนราง ซึ่งเป็นภาพหอคอยสองชั้นที่ทรุดโทรมราวกับไม่ได้รับการเหลียวแลมาหลายพันปีแล้ว และชื่อของหอคอยนั่นคือ ‘หอประลองยุทธ์’
ครู่ต่อมาหลี่ลี่ก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก หรือว่าตำราเล่มนี้จะเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างนั้นหรือ?
เมื่อเขาหยิบขึ้นมาดูใกล้ ๆ อีกครั้ง มันก็กลายเป็นบันทึกท่องราตรีในดินแดนตะวันตกเช่นเดิม ไม่ใช่วิหารแห่งราตรี
หลังจากลองพลิกไปมาสองสามครั้ง หลี่ลี่ก็เข้าใจ…
ตำราวิหารแห่งราตรีต้องเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน มีเพียงผู้ที่มองเห็นในความมืดได้เท่านั้นจึงจะมองเห็นมันได้ใ