ณ ห้องรับรองขนาดกว้างขวางของบริษัทชายบัตรประจำท่าเรือพริสต์ ถึงแม้จะมีจุดจำหน่ายบัตรมากถึงเจ็ดแถว แต่ทุกแถวล้วนมีคนยืนต่อคิวไม่ต่ำกว่าสิบไคลน์เพียงชำเลือง แต่ไม่ได้เดินเข้าไปต่อแถวสั้นสุด ตรงกันข้าม ชายหนุ่มเดินสองก้าวไปทางขวามือและหยุดยืนใกล้กับกระดานไม้สีน้ำตาลเข้มบนกระดานเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษข้อมูลการเดินเรือในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ก่อน มีทั้งชื่อเรือ ปลายทาง ท่าจอดพักระหว่างทาง และราคาของแต่ละห้องโดยสารอย่างก็ตาม ขณะไคลน์กำลังเดินเข้าไปใกล้เพื่อสำรวจพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาวาดวงกลมสีแดงบนบัตรโดยสารชั้นสองของเรือลำหนึ่ง ปากกาแดงวงรอบคำว่า ‘บัตรหมด’“ได้รับความนิยมงั้นหรือ…” ไคลน์พึมพำ“แน่นอนอยู่แล้ว ท่าเรือพริสต์ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งในอาณาจักร ผู้คนมากมายเลือกใช้เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางไปยังทวีปใต้หรือเกาะอาณานิคมอื่นๆ โดยรอบ เพื่อแสวงหาความมั่ง
คั่ง” ชายวัยกลางคนซึ่งกำลังยืนใกล้กับประตู หันมากล่าวกับไคลน์ด้วยน้ำเสียงกึ่งโอ้อวดมันสวมหมวกสีดำ เสื้อลายตารางหมากรุกสีขาวสลับดำคล้ายตำรวจ เพียงแต่ไม่มีอินทรธนู สิ่งตกแต่งเดียวบนเสื้อผ้าคือเข็มกลัดรูปนกนางนวลบนหน้าอก โดยเป็นสัญลักษณ์เดียวกับปั้ายบริษัทขายบัตรโดยสารประจำท่าเรือพริสต์ชายวัยกลางคนมีใบหน้า หลังมือ และผิวหนังนอกร่มผ้าเป็นสีน้ำตาลอมแดง ผิวพรรณหยาบกร้าน คล้ายกับถูกลมทะเลและแสงแดดกัดกร่อนนานหลายปี มอบกลิ่นอายเกลือเค็มแก่ผู้พบ