เห็นทั่วไปถ้ามีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น ให้ไปตามคนคุมในห้องรับรอง… นี่คงเป็นคนคุมสินะ…ไคลน์ทวนข้อความบนคำเตือนหน้าประตู ชายหนุ่มไม่ถือสาเมื่อคนแปลกหน้าเป็นฝั่ายเริ่มทักทายก่อน เพียงยิ้มและตอบอย่างมีมารยาท“ดูเหมือนคุณรู้จักท่าเรือแห่งนี้ค่อนข้างดีสินะครับ”
เมื่อได้ยินคำถาม ชายวัยกลางคนตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย“ผมเคยเป็นกะลาสีของกองเรืออาณาจักรมาก่อนประจำการ ณ ฐานทัพหลักของท่าเรือพริสต์บนเบาะเกาะโอ๊ครับใช้กองทัพนานถึงสิบห้าปีเต็ม อาศัยอยู่ในทะเลละแวกนี้มานานมาก หากไม่เพราะถูกสงครามไบลัมตะวันออกทำลายสุขภาพ ปั่านนี้คงยังแข็งแรงและเป็นกะลาสีได้อีกไม่ต่ำกว่าสิบปี! ผมรู้จักท่าเรือแห่งนี้ดีพอๆ กับร่างกายของภรรยา!”คำพูดคำจาค่อนข้างมีการศึกษา แต่เราสำหรับได้ถึงความหุนหันเล็กน้อย…ไคลน์ตัดสินใจรวบรวมข้อมูลการเดินทางในทะเลกับอีกฝั่าย“คุณจึงได้มาเป็นคนคุมของบริษัทนี้หลังจากเกษียณอายุงาน?”“เปล่า ตอนแรกผมไปเป็นนักเรียนภาคค่ำมาก่อนสองปีควบคู่กับการทำงานเป็นยามของโรงเรียน แต่ให้ตายสิ พระองค์วายุสลาตัน! คุณคงจินตนาการออกใช่ไหม ผมต้องไปท่อง
หนังสือร่วมกับกลุ่มวัยรุ่น แถมพวกเขายังมีความคำดีกว่าผมมาก!” คนคุมแถวแสดงสีหน้าขื่นขมขณะเล่าอดีตแสนเจ็บปวดขณะกล่าวอธิบาย มันตบต้นขาแผ่วเบาและถอนหายใจยาว“แต่น่าเสียดาย เข่าของผมมิอาจทนต่อสภาพอากาศอันเลวร้ายไหว ไม่อย่างนั้น ปั่านนี้คงได้เป็นครูสอนหนังสือภาคค่ำไปนานแล้ว ก