นวุ่นวาย พลังวิญญาณเอ็มลินเริ่มกระจัดกระจาย คล้ายกำลังทะยานไปขึ้นไปยังเบื้องบนเพียงครู่เดียว เอ็มลิน·ไวท์เริ่มมองเห็นภาพเลือนรางมากมาย มีทั้งเงาดำไม่คมชัด ริ้วแสงเจ็ดสีซึ่งเปียมด้วยองค์ความรู้มหาศาล และทุ่งสายหมอกสีเทากว้างไกลอยู่ด้านบนสุด
เหนือสายหมอกสีเทามีวังโบราณ ยากจะมองเห็นรายละเอียดได้คมชัด ภายในวังมีบุคคลกำลังนั่งบนเก้าอี้สูงรอบตัวรายล้อมด้วยม่านหมอกหนาทึบทันใดนั้น เอ็มลินมองเห็นร่างสีทองเปียมกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์เข้มข้น ด้านหลังมีปีกสีดำสยายกว้างนับสิบคู่ยังไม่ทันจะได้นับจำนวนปีก ร่างสีทองได้ลอยลงมาโอบกอดจิตของแวมไพร์หนุ่มไว้อย่างอ่อนโยน“อ๊ากกก!”เอ็มลินแหกปากอย่าน่าสมเพช สองมือกุมศีรษะพลางลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้น ตามลำตัวมีควันสีเขียวเข้มลอยฟุั้งอย่างเชื่องช้าต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าแวมไพร์หนุ่มจะใจเย็นลง ตามด้วยเสียงของเดอะฟูลซึ่งดังแว่วในเวลาไล่เลีย“การชี้นำทางใจถูกขจัดแล้ว”นี่คือความรู้สึกขณะถูกรักษา? ทำไมถึงได้เจ็บปวดรวดร้าวเพียงนี้…
เอ็มลินพยุงตัวนั่งบนพื้นด้วยลมหายใจกระเส่า เส้นผมหวีเรียบของมันเริ่มไม่เป็นทรงขณะเดียวกัน เหนือห้วงสายหมอกสีเทา ไคลน์กำลังพยักหน้ากับตัวเองพลางพึมพำ“กะแล้วเชียว การใช้เข็มกลัดสุริยันกับแวมไพร์จะทำให้อีกฝั่ายเจ็บปวดทรมาน”ก่อนหน้านี้ ไคลน์เคยคำนวณอย่างมั่นใจแล้วว่า แสงบริสุทธิ์ของเข็มกลัดสุริยัน สามารถขจัดการชี้นำทางใจอ่อนๆ ในวิญญาณเอ็