วกโอหังและคิดว่าตัวเองคือศูนย์กลางของโลกมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว…ไคลน์เหน็บแนมติดตลกพลางทอดแทรกวลีดังจากโลกเก่าชายหนุ่มยังคงพูดคุยอย่างอารมณ์ดี
“คำถามเดิม ทำไมถึงเป็นเรา มิใช่หนึ่งในเจ็ดเทพจารีตหรือตัวตนลึกลับอื่นๆ”“…ข้าไม่ทราบขอรับ” เอ็มลินส่ายหน้าหนักแน่นไคลน์ครุ่นคิดสักพัก“ว่ากันตามตรง เราพอจะเข้าใจเจตนาของบรรพชนเจ้าอยู่บ้าง เธอหวังให้เราช่วยพัฒนาเจ้าจนแข็งแกร่ง กลายเป็นกำลังสำคัญและช่วยเหลือผีดูดเลือดให้รอดพ้นจากหายนะเลวร้ายในอนาคต”“พัฒนา…?” เอ็มลินทำหน้างุนงง “ท่านคงทราบดีอยู่แล้วเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดของพวกเราไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ ความแข็งแกร่งจะเพิ่มขึ้นได้จากพิธีกรรมพิเศษ หรือไม่ก็มรดกจากเหล่าอาวุโสเท่านั้น”นั่นสินะ เพื่อให้เป็นไปตามกฎความถาวรของพลังพิเศษแม้แต่แวมไพร์เองก็ต้องดื่มโอสถเพื่อเลื่อนลำดับ… หรือก็คืออาจมีข้อยกเว้นในกรณี ขอเพียงไม่ขัดต่อสามกฎหลักแห่งโลกผู้วิเศษก็พอ… ไคลน์ยิ้ม
“ความรู้ของเจ้า คือโซ่ตรวนพันธนาการเจ้ามิให้ออกไปเห็นโลกกว้าง แน่นอน ผลลัพธ์มิได้ขึ้นอยู่กับเรา แต่เป็นตัวเจ้าของเราช่วยได้เพียงสนับสนุน”ชายหนุ่มจงใจเว้นวรรค“เจ้าจะคว้าโอกาสนี้ไว้หรือไม่”เอ็มลินลุกยืนและคำนับโดยไม่ลังเล“ข้าปรารถนาสิ่งนี้มาตลอดขอรับ!”สหาย ความโอหังและหยิ่งทระนงในสายเลือดแวมไพร์อันสูงส่งไปไหนเสียหมด ทำไมถึงได้นอบน้อมกับนักสืบเชอร์ล็อกคนนี้นัก?ไคลน์จิกกัด พลางใช้มือเคาะโต๊ะทองแดงและกล่