าวต่อ“แต่เจ้าต้องรักษากฎ”“เชิญรับสั่งขอรับ” เอ็มลินพยายามอดกลั้นความตื่นเต้นไคลน์ยิ้ม“ห้ามแพร่งพรายข้อมูลและเบาแสทุกชนิดเกี่ยวกับเราจนกว่าจะได้รับอนุญาต ไม่สนว่าอีกฝั่ายจะเป็นใครก็ตาม”
“แน่นอน รวมไปถึงผีดูดเลือดอาวุโสผู้ช่วยเจ้าประกอบพิธีกรรมด้วย”“แต่ว่า…” เอ็มลินออกท่าทางลังเล คล้ายกับไม่เต็มใจจะรับปากไคลน์กล่าวต่อไปอย่างอ่อนโยนแต่เด็ดขาด“ลิลิธมิได้บอกให้เจ้าต้องรายงานความคืบหน้ากลับไปไม่ใช่หรือ”ชายหนุ่มมั่นใจ เนื้อหาของวิวรณ์ต้องไม่มีการระบุให้รายงานกลับไปแน่!ลิ…? เดอะฟูลเรียกท่านบรรพบุรุษด้วยชื่อห้วนๆ เลยหรือ…ราวกับเป็นสหายเก่าแก่…หัวใจเอ็มลินกำลังสั่นระริก มันก้มศีรษะต่ำพลางมอบคำตอบอย่างนอบน้อม“ไม่ขอรับ”ไคลน์เผยรอยยิ้มไม่แปรเปลี่ยน
“การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นความลับ เราจึงเลือกตอบสนองหลังเจ้าเป็นอิสระจากการเฝั้าจับตามอง ฉันใดก็ฉันนั้น เจ้าไม่ควรรายงานให้ลิลิธทราบ เพราะข้อมูลอาจรั่วไหลระหว่างทาง”เมื่อเห็นเอ็มลินออกอาการลังเล ไคลน์เสริม“หากเจ้าต้องการเป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้เผ่าพันธุ์แวมไพร์ หลักพื้นฐานคือความอดทน ต้องเก็บงำความเจ็บปวดไว้เพียงลำพัง คนรอบตัวจะไม่เข้าใจเจ้า หนีไม่พ้นการถูกนินทาลับหลัง และถูกดูหมิ่นเหยียดหยามต่างๆ นานา แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ต้องซุ่มพัฒนาตัวเองอย่างเงียบงันในเงามืด ไปพร้อมกับการแบกรับภารกิจอันใหญ่หลวงไว้บนบ่า”คำพูดของไคลน์มีจุดประสงค์เพื่อให้เอ็มลิ