าศรอบตัวไคลน์ปราศจากสุ้มเสียงอื่นโดยสิ้นเชิง เงียบจนได้ยินล้อรถม้าจากด้านนอกเป็นระยะทางไกลมัดมองไปรอบตัวและสำรวจสิ่งของในบ้านอย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกาแฟ เอกสารสัญญา ตู้กับข้าว ปากกาหมึกซึมเครื่องลายคราม โต๊ะอาหาร เก้าอี้ หรือกำแพงบ้าน
ไคลน์เบือนสายตากลับ แผ่นหลังพิงผนังห้องพลางมองไปยังถนนด้านนอก ท่ามกลางท้องฟั้ามืดสนิท แสงสลัวกึ่งพร่ามัวจากเสาตะเกียงริมถนนกำลังมอบความอบอุ่นนุ่มนวลชายหนุ่มถอนหายใจ“จะปีใหม่แล้วสินะ…”…สายฟั้าเบื้องบนเริ่มจางหาย ความมืดมิดอันน่าขนลุกกลับมาปกคลุมไปทั่วบริเวณปัจจุบัน ทีมสำรวจจากเมืองเงินพิสุทธิ์ได้เดินทางมาถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ เป็นการเดินทางไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ต้องผ่านการต่อสู้อย่างโชกโชนและถี่ยิบมองไปยังริมสองฝังทางเดินรอบตัว อาคารบ้านเรือนจำนวนมากถูกเปลี่ยนเป็นซากปรักหักพังด้วยอำนาจของกาลเวลาเหลือเค้าโครงเดิมแค่เพียงไม่กี่หลัง
อาศัยแสงไฟจากตะเกียงหนังสัตว์ ซึ่งก็มอบความสว่างได้ไม่มากนัก เดอร์ริคก้มมองพื้นถนนผุพังและรกร้างจนไม่มีแม้แต่วัชพืชงอกเงยสองฝังถนนรอบตัวเด็กหนุ่มล้วนเป็นซากของบ้านเรือนสภาพผุพังไม่ต่างจากจุดอื่นสีเคลือบอาคารกลายเป็นสีเทาหม่น เมื่อลองพิจารณาจากสถาปัตยกรรมภายนอกซึ่งเหลือเค้าโครงอยู่เพียงน้อยนิด คณะเดินทางพอจะเดาได้ว่า เมืองแห่งนี้มีรูปแบบการตกแต่งและรสนิยมไม่เหมือนกับเมืองเงินพิสุทธิ์เลยสักนิดเดียว จึงไม่มีใครจินตนาการสภาพเมื