ำลายมานานแค่ไหน เดอร์ริคและพวกพ้องหักเลี้ยวเปลี่ยนเส้นถนน ย่างกรายเข้าบริเวณใหม่แสนเงียบสงัด เงียบมากพอจะทำให้บุคคลจิตอ่อนเกิดอาการบ้าคลั่งกะทันหันโดยไม่ต้องรอนาน เด็กหนุ่มเริ่มมองเห็นลานยกระดับขนาดใหญ่ตรงหน้าเหนือพื้นยกสูงเป็นซากวิหารซึ่งพังถล่มไปแล้วกว่าครึ่งสถาปัตยกรรมภายนอกคล้ายคลึงกับวิหารของเมืองเงินพิสุทธิ์อย่างมาก บริเวณทางเข้ามีเสาสองต้นคอยค้ำจุนหลังคาทรงโค้งรูปทรงอาคารแตกต่างจากเขตบ้านเรือนเมื่อครู่โดยสิ้นเชิงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เขตบ้านเรือนเพิ่งเกิดขึ้นหลังจากพวกเขาเปลี่ยนไปนับถือพระผู้สร้างเสื่อมทรามแล้ว…
ขณะเดอร์ริคกำลังวิเคราะห์ ตะเกียงเทียนไขของสมาชิกในทีมทั้งสี่ดวงพลันดับสนิทพร้อมกัน!เพียงพริบตา ทีมสำรวจถูกความมืดเข้มข้นและน่าขยะแขยงเข้าปกคลุมทุกรูขุมขนร่างกาย ท้องฟั้าปราศจากสายฟั้า เสาไฟริมถนนใช้การไม่ได้ ขณะเดียวกัน คล้ายกับเสียงลมหายใจของมนุษย์ทุกคนในบริเวณถูกบางสิ่งดูดกลืน ไม่มีใครได้ยินเสียงใดทั้งสิ้นเดอร์ริคพลันสั่นเกร็ง หนังศีรษะรู้สึกคล้ายกับกำลังถูกลิ้นของสัตว์ประหลาดละเลงเลีย อย่างไรก็ตาม สัมผัสวิญญาณได้บอกกับมันอย่างแจ่มชัดว่า ความรู้สึกทั้งหมดเป็นเพียงภาพหลอนและการคิดไปเอง ยังไม่มีการจู่โจมใดเกิดขึ้นทันใดนั้น สุ้มเสียงแสนสิ้นหวัง น่าขนลุก และแหบแห้งของเด็กเล็ก เริ่มดังก้องข้างใบหูเดอร์ริค·เบเกอร์“ช่วยด้วย… ช่วยด้วย…”เดอร์ริคยืนตัวแข็งทันที่ สมองกำลังขา