างลาพักร้อน แต่ในความเป็นจริง เราจะใช้ชีวิตด้วยตัวตนอื่นสักพักจนกว่าเรื่องราวจะซาลง!จิตใจไคลน์เริ่มกลับมาเยือกเย็น…ท้องฟั้ายามเย็นถึงหัวค่ำของเบ็คลันด์มักมีสีดำสนิทและฝนตกปรอยเสมอ ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งจับปีกหมวก สองเท้าก้าวฝั่าสายฝนไปบนถนนมินส์อันเปียกแฉะ อาศัยแสงสว่างจากเสาตะเกียงริมถนน มันส่งตัวเองมาถึงอาคารหมายเลข 15 ได้ไม่ยากเย็นหลังจากนั่งผ่อนคลายสักพัก ท่ามกลางบรรยากาศอันมืดมิดไคลน์เดินทวนเข็มสี่ก้าวและเข้าไปยังห้วงมิติสายเหนือหมอกเมื่อกลายเป็นลำดับ 6 มันต้องการตรวจสอบมาตลอดว่า มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับห้วงมิติเหนือสายหมอกเทาหรือไม่แต่เป็นเพราะเมื่อคืนเหน็ดเหนื่อยเกินไป และนอนไม่ตื่นจนถึงเช้า แถมตอนกลางวันยังต้อง ‘ทำตัวขยัน’ ต่อหน้าเหล่าสายลับ
ในเงามืด โอกาสตรวจสอบห้วงมิติเหนือสายหมอกจึงล่วงเลยมาจนปัจจุบันยิ่งไปกว่านั้น ไคลน์มีบางสิ่งต้องการทำนายตรวจสอบเป็นพิเศษ และนั่นอาจใช้เวลานาน การแวะเข้าห้องจึงไม่เพียงพอความคาใจของมันคือ หลังจากเลื่อนเป็นลำดับ 6 และพลังวิญญาณยังไม่สงบนิ่ง ทำไมตนถึงไม่ได้เสียงเพรียก ‘โฮนาซิส…เฟรเกีย…’ เหมือนกับการเลื่อนลำดับสามครั้งก่อนหน้า!มันต้องการทราบให้ได้ว่า เรื่องนี้เป็นผลพวงมาจากพลังของลำดับ 6 หรือเกิดจากสาเหตุอื่นกันแน่ท่ามกลางพระราชวังโบราณ โต๊ะทองแดงเก่าแก่และเก้าอี้ยี่สิบสองตัว ยังคงถูกวางอย่างสงบนิ่งภายในห้วงมิติไร้ขอบเขตราวกับพวกมันคงอ