ยู่มานานนับหมื่นปีโดยไม่เปลี่ยนสภาพเช่นเดียวกันกับสายหมอกสีเทาใต้ฝั่าเท้า และเช่นเดียวกันห้วงมิติไร้ขอบเขตรอบตัวทันใดนั้น เมื่อจิตไคลน์ถูกส่งเข้ามาด้านใน มันพลันตระหนักทันทีว่า มีบางสิ่งในห้วงมิติเหนือสายหมอกเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
ชายหนุ่มไม่รีบร้อนสำรวจ เพียงสงบสติตัวเองให้เยือกเย็นทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้เดอะฟูล มือขวาตวัดเสกกระดาษและปากกาหมึกซึมขึ้นมาเขียนคำทำนาย :“เหตุผลของการไม่ได้ยินเสียเพรียกหลังจากเลื่อนลำดับ”สองมือถือเศษกระดาษ ไคลน์เอนกายพิงเก้าอี้พร้อมกับหลับตาลง สะกดจิตส่งตัวเองเข้าสู่โลกความฝันด้วยการเข้าฌานท่ามกลางโลกสีเหลืองอมแดงคล้ายยามตะวันตกดิน ฉากแล้วฉากเล่ากะพริบเปลี่ยนผันต่อหน้าไคลน์ จนกระทั่งหยุดลงบนฉากหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญบุคคลในฉากคือตัวไคลน์เอง ผิวหนังทุกซอกมุมกำลังถูกปกคลุมด้วยก้อนเนื้อจำนวนมากอย่างเบียดเสียด ลักษณะเป็นเม็ดกลมเล็ก สีซีดจาง ขณะเดียวกัน รอบตัวยังมีหมอกมายาสีเทาโปร่งใส รายล้อมอย่างเจือจางจนยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่าความฝันพลันแตกละเอียด ไคลน์ลืมตาขึ้นและพยายามตีความพลังหมอกสีเทาเริ่มส่งกับตัวเราบนโลกจริง และช่วยปิดกั้นเสียงเพรียกไม่พึงประสงค์ได้…
หลังจากกลายเป็นลำดับ 6 สายสัมพันธ์ระหว่างเรากับมิติสายหมอกแน่นแฟั้นขึ้น ถึงขั้นยอมให้เรายืมพลังบางส่วนมาใช้บนโลกความจริง?ไม่น่าจะเป็นอย่างอื่นไปได้อีก…ดีล่ะ! ต้องลองสำรวจจนกว่าจะทราบว่า ห้วงมิติแห่งนี้มีสิ่ง