ู่ในห้องข้างเคียงไคลน์ก้มหน้าตรึกตรองสักพักเพื่อเรียบเรียงคำพูด“เรื่องราวเริ่มมาจาก ผู้วิเศษกลุ่มหนึ่งบังเอิญพบสุสานลับตรงทางแยกปากแม่น้ำสตาร์ฟอร์ดในเมืองผาขาวเข้า จึงทำการสำรวจรอบนอกและพบวัตถุโบราณบางชนิด หลังจากนั้น พวกเขาได้รวบรวมกลุ่มผู้วิเศษแข็งแกร่งจำนวนหนึ่งเพื่อเข้าไปสำรวจด้านในสุสาน แต่กลับไม่มีใครได้ออกมาแบบมีลมหายใจ
หากพวกคุณเข้าไปสำรวจภายหลัง คงได้พบเบาะแสของเหตุการณ์ดังกล่าวแน่”ไอคานส์ซักถาม“แล้วคุณมั่นใจได้อย่างไรว่า สุสานดังกล่าวเป็นของตระกูลขุนนางจากยุคสมัยที่สี่”“วัตถุโบราณจากการสำรวจรอบนอกสุสานได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นของตระกูลอามุนด์แห่งราชวงศ์ทูดอร์” ไคลน์เล่าทุกอย่างตามความจริง พร้อมด้วยคำเตือน“ผู้วิเศษทีมสำรวจไม่ใช่พวกไก่อ่อน มีหลายคนค่อนข้างแข็งแกร่ง ผมประเมินว่าสุสานดังกล่าวไม่ปลอดภัยนอกเสียจากจะมีผู้วิเศษลำดับสูงเข้าร่วมทีม”“อามุนด์…” ไอคานส์ขมวดคิ้วพร้อมกับทวนคำในลำคอค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า บุคลากรระดับอาวุโสของโบสถ์จิตแห่งจักรกล มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์โดยไม่รอให้ไคลน์เน้นย้ำ มันเงยหน้าขึ้น
“พวกเราจะรวบรวมข้อมูลก่อนลงมือ แล้วก็ สุสานตระกูลขุนนางจากยุคสมัยที่สี่นั้นเต็มไปด้วยอันตราย คุณห้ามบอกเรื่องนี้กับใครหรือเข้าไปสำรวจด้วยตัวเองเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะมีเพียงความตายรออยู่”ถ้าผมกล้า คงไม่มานั่งบอกพวกคุณเช่นนี้…ไคลน์ตัดพ้อติดตลก