ืองผาขาว จนกระทั่งได้พบทางเข้าสุสานซ่อนอยู่
ตรงทางแยกกลางแม่น้ำสตาร์ฟอร์ด และไม่ผิดคาด เพื่อนของมาริคอยู่ด้านในสุสานดังกล่าว แต่ในสภาพเป็นศพ”“พวกคุณเข้าไปสำรวจ?” ไคลน์โพล่งถาม“เปล่า ใช้วิธีอื่นยืนยัน” ชารอนอธิบายต่อ “กลิ่นอายของสุสานทำให้สัญชาตญาณของฉันร้องเตือน พวกเราจึงไม่กล้าเข้าไปสำรวจ”เล่ามาถึงจุดนี้ หญิงสาวจ้องมองไคลน์ด้วยดวงตาสีฟั้าสว่าง“ขอแนะนำว่า หากไม่มีความช่วยเหลือจากผู้วิเศษลำดับ4 ขึ้นไป หรือสมบัติปิดผนึกในระดับใกล้เคียงกัน คุณไม่ควรเข้าไปสำรวจด้านในสุสาน”ถ้าแม้แต่คุณยังมองว่าอันตราย ผมคงไม่ต้องเข้าห้วงมิติสายหมอกเพื่อทำนายยืนยัน…ไคลน์ก้มหน้ามองพื้นและครุ่นคิด“พอจะทราบไหมว่าเป็นขุนนางตระกูลใด”ชารอนตอบฉะฉาน
“อามุนด์”อามุนด์? ตระกูลเย้ยเทพผู้สิงร่างเดอะซันน้อยและเกือบลอบเข้ามาในห้วงมิติเหนือสายหมอกเทาสำเร็จ?ไคลน์รีบใช้พลังตัวตลกช่วยข่มอาการกระตุกของเปลือกตาพร้อมกับซักถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ“คุณทราบได้อย่างไร”ขณะกล่าวออกไป สมองของไคลน์เริ่มผุดภาพบุคคลสวมชุดคลุมยาวสีดำ หมวกปลายแหลมสีเดียวกัน ใบหน้าผอมเพรียวดวงตาและเส้นผมสีดำสนิท สวมแว่นตาหนึ่งขาปัจจุบัน เส้นผมสีทองของชารอนกำลังส่องประกายเงางามราวกับภาพวาดสีน้ำมันฝีมือปรมาจารย์เอกแห่งยุค เธอตอบเสียงเรียบ“กลุ่มผู้ว่าจ้างเล่าให้ฟัง พวกเขาพบวัตถุโบราณหลายชิ้นจากการสำรวจรอบนอกสุสานหนแรก สมาชิกคนหนึ่งในทีมสำรวจเป็นผู้เชี่ยวชาญด้า