นประวัติศาสตร์ จึงนำรายละเอียดบางส่วนมาเปิดเผยในชุมนุมลับเพื่อจูงใจคนให้ไปเข้าร่วม มีการ
ระบุว่าข้าวของเครื่องใช้บางชิ้นเป็นของตระกูลเก่าแก่แห่งราชวงศ์ทูดอร์จากยุคสมัยที่สี่ ตระกูลอามุนด์”เป็นพวกเย้ยเทพจากยุคสมัยที่สี่จริงด้วย… ไม่ผิดแน่ พวกมันมิได้ต้องคำสาปเหมือนตระกูลอับราฮัม มิได้ถูกเจาะจงทำลายโดยโบสถ์เทพธิดาเหมือนตระกูลอันทีโกนัส…จากความพิเศษและพลังอันน่าทึ่งซึ่งแสดงให้เห็นในเมืองเงินพิสุทธิ์ สถานการณ์ปัจจุบันของอามุนด์น่าจะไม่ต่างกับตระกูลซาราธสักเท่าไร พวกมันยังคงส่งต่อพลังจากรุ่นสู่รุ่นอย่างลับๆ มีผู้วิเศษลำดับสูงคอยปกปั้องตระกูล และบางทีอาจเป็นถึงระดับเทวทูต พวกมันกุมความลับสำคัญของโลกไว้บางส่วนเช่น ‘พิกัด’ ของดินแดนเทพทอดทิ้ง…อันตรายจากสุสานของตระกูลดังกล่าว แม้แต่เราก็สามารถจินตนาการได้ไม่ยาก บางที่ อามุนด์อาจกำลังใช้พลังสักชนิดในการตรวจสอบความเป็นไปของทวีปเหนือ แม้ตัวจะอยู่บนดินแดนเทพทอดทิ้งแสนห่างไกลก็ตาม เราไม่ควรใช้สามัญสำนึกของผู้วิเศษลำดับกลางถึงล่างประเมินเหล่าครึ่งเทพ…
ไคลน์ไม่ต้องคิดนานก็ได้ข้อสรุปว่าตนไม่ควรเข้าไปข้องแวะกับสุสานตระกูลอามุนด์มันเงยศีรษะจ้องชารอนด้วยสีหน้ากึ่งผิดหวังเจือจาง“นอกจากสุสานแห่งนั้น คุณก็ไม่มีแหล่งรวบรวมเงามืดหนังมนุษย์ทางอื่นแล้วใช่ไหม”ชารอนส่ายหัว“ยังมี”“หือ?” ดวงตาไคลน์เริ่มเปล่งปลั่งอีกครั้ง ชายหนุ่มรีบขยับตัวนั่งในท่าตั้งใจฟังชารอน