นั้น ไคลน์ได้ตามไปถึงบ้านของคาปุสตี้และสืบเรื่องราว จนกระทั่งได้รับนกหวีดเรียกผู้ส่งสารเพิ่มอีกหนึ่งตัวอลันสูดอากาศเย็นจัดเข้าไปในปอดพลางเล่าเรื่องราว“ผมฝันถึงปั่านอกสุสานกรีน เห็นต้นเบิร์ชซึ่งเปลือกไม้ถูกลอกออกหลายชั้น เห็นเด็กชายวิล·อัสตินกำลังนั่งใต้ต้นเบิร์ชพลางจ้องมองมายังผมโดยไม่กล่าวสิ่งใด”“หลังจากนั้น?” ไคลน์ซักไซ้อลันส่ายหัว“ฝันจบลงแค่นี้”น่าแปลก… กำลังจะบอกว่าความฝันของหมออลันไม่เกี่ยวกับนกกระเรียนกระดาษ? คงไม่ใช่แน่ เพราะความฝัน
เปลี่ยนแปลงทันทีหลังจากเรานำนกกระดาษติดตัวมาด้วย…และเหนือสิ่งอื่นใด คำทำนายจากห้วงมิติสายหมอกก็ให้คำตอบสอดคล้องกัน…ไคลน์ตอบกลับเสียงขรึม“เรื่องนี้อยู่นอกเหนือความเข้าใจของผม อลัน คุณถ่อมาหาผมด้วยเหตุผลใด?”อลันพ่นลมหายใจอุ่น ซึ่งจับตัวเป็นหมอกสีขาวทันทีหลังจากพ้นรูจมูก“ผมต้องการแวะเข้าไปในสุสานกรีน ต้องการไปเดี๋ยวนี้ขณะท้องฟั้ายังสว่าง จึงอยากให้คุณคอยตามไปคุ้มกัน ผมยินดีจ่ายค่าเสียเวลาหนึ่งปอนด์”ค้นหาตำแหน่งในความฝัน? ถ้าเป็นขณะฟั้ายังสว่างแบบนี้คงไม่มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกระมัง…ไคลน์ครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะมอบคำแนะนำ“ผมยินดีรับงานนี้ แต่ขอแนะนำให้คุณแวะเข้าไปในวิหารสักแห่งก่อน เพื่อเล่าความฝันเมื่อคืนให้ท่านบิชอปฟัง”
อลันไม่คัดค้าน เพียงซักถามอย่างฉงน“ทำไมคุณถึงเอาแต่แนะนำให้ผมแวะเข้าไปในวิหาร? ผมทราบดี คุณเคยอธิบายไว้อย่างสมเหตุสมผลแล้วว่า หาก