ไคลน์วางปากกาหมึกซึมสีแดงเข้มลงและนำกระดาษเขียนประโยคทำนายมาถือด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ริมฝีปากชายหนุ่มขยับพึมพำ ‘เวลาอาหารค่ำของคาพินในคืนนี้’ หนแล้วหนเล่าขณะเสียงไคลน์ก้องกังวานรอบห้วงมิติเหนือสายหมอกเทาเปลือกตาปิดลงอย่างอ่อนโยนท่ามกลางนิมิตความฝัน มันได้พบกับห้องอาหารหรูหราและโอ่โถง เต็มไปด้วยเครื่องลายครามเคลือบทองคำ จานคาเวียร์ไก่ย่าง สตูว์แกะ สเต๊กเนื้อริบอาย ปลากระดูกมังกรทอดเกรียมซุปครีมข้น และอาหารหรูอีกมากทุกจานถูกจัดวางตามลำดับพิเศษเพราะแขกแต่ละคนมีรสนิยมต่างกัน หนึ่งในกลุ่มผู้ร่วมโต๊ะอาหารประกอบด้วยสุภาพบุรุษร่างค่อนข้างท้วม คาพิน สุภาพบุรุษวัยกลางคนสวมผ้าคลุมหัวสีขาว เฮรัส สตรีสวมเชิ้ตขาวผ้าบาง เคธี่ และพาร์คเกอร์ ผู้มีใบหน้าค่อนข้างไร้อารมณ์เนื่องจากแก่ชรา
ถัดไปจากโต๊ะอาหาร ไคลน์ได้พบหน้าต่างบานใหญ่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา นอกหน้าต่างเป็นภาพของกลุ่มเมฆบางรวมถึงดวงจันทร์แดงเลือนรางบนท้องฟั้าชายหนุ่มลืมตาขึ้นและรีบบันทึกตำแหน่งของดวงจันทร์ลงในความทรงจำ ถัดมา มันใช้ความรู้ด้านดาราศาสตร์ค้นหาช่วงเวลาดังกล่าวอย่างแม่นยำระหว่าง 19 : 30 น.ถึง 19 : 45 นเมื่อประเมินจากข้อมูลภายในฉาก คาพินและพวกพ้องกินอาหารไปกว่าครึ่งทาง ฉะนั้น ต้องถอยกลับไปราว 15 นาที…ช่วงเวลาเหมาะแก่การลงมือคือ 19 : 30…ไคลน์พึมพำขณะถอดรหัสจากความฝันการกินอาหารเย็นช่วงทุ่มครึ่งไม่ใช่เรื่องผิ