ดวิสัย ถือเป็นมาตรฐานของอาณาจักรโลเอ็นหรือแม้กระทั่งทวีปเหนือเนื่องจากกลุ่มคนชนชั้นกลางจำนวนมาก-ผู้อาศัยในแถบชานเมืองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือเป็นเพราะความจน คนกลุ่มนี้ต้องโดยสารรถจักรไอน้ำราคาถูกมาทำงานทั้งขาไปและ
ขากลับ ฉะนั้น กว่าจะถึงบ้านก็ดึกดื่นทุ่มกว่า ช่วงเวลารับประทานอาหารเย็นจึงเริ่มต้นหลังทุ่มครึ่งเป็นส่วนใหญ่สมัยทิงเก็น ไคลน์เองก็เคยต้องกินอาหารค่ำในช่วงทุ่มครึ่งแต่เกิดจากสาเหตุอื่นครอบครัวสามพี่น้องในตอนนั้นยังไม่มีสาวใช้หรือแม่บ้านคอยอำนวยความสะดวก เมื่อแต่ละคนกลับถึงบ้าน ก็ต้องวุ่นวายกับงานบ้านและงานส่วนตัวสักพักกว่าจะพร้อม ประกอบกับระยะเวลาในการปรุงอาหารอันค่อนข้างนาน ไม่ได้เป็นเพราะอาศัยไกลจากสำนักงานหรือโรงเรียนนั่นคือเหตุผลว่าทำไมชาวเมืองผู้มีรายได้ต่ำจึงต้องรับประทานอาหารเย็นช่วงทุ่มครึ่งถึงสองทุ่มเป็นต้นไปและเนื่องจากอาหารเย็นกับเที่ยงห่างกันค่อนข้างมาก มื้อชายามบ่าย-กิจวัตรซึ่งเคยเป็นของชนชั้นสูง ได้กลายมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชนชั้นกลางไปด้วยหลังจากตีความผลการทำนายเสร็จ ไคลน์นึกทบทวนฉากในนิมิตอย่างละเอียดอีกครั้งและพบปัญหา :ภรรยาและลูกคาพินไปไหน?
แม้แต่มื้อค่ำก็ไม่มาร่วมโต๊ะ?หรือคาพินจะเป็นศาสนิกชนของเทพวายุสลาตัน เชื่อว่าผู้นำครอบครัวมีศักดิ์สูงกว่า ภรรยาและบุตรจึงต้องแยกนั่งกินข้าวในห้องนั่งเล่นแทน?หรือจะด้วยเหตุผลอื่น?คาพินยังไม่แต่งงานและมีภรรยา?แต่อ