ียตี้มิ้งไปเสีย จากนั้นก็เริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นคนอื่น…แล้วเราจะกลัวไปทำไม?
ไม่เพียงเท่านั้น ก่อนเดินทางมายังวิหารฤดูเก็บเกี่ยว เราทำนายถามถึงอันตรายบนมิติสายหมอกและได้รับคำตอบว่า‘ปลอดภัย’ …เมื่อได้ข้อสรุป ดวงตาสั่นเกร็งของไคลน์เริ่มผ่อนคลาย สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นคนอารมณ์ดี ประหนึ่งพร้อมถกเรื่องสภาพอากาศเบ็คลันด์กับเอ็มลิน·ไวท์อย่างสบายใจเมื่อเห็นอีกฝั่ายเยือกเย็น เอ็มลินขมวดคิ้วชนกัน จากนั้นก็รีบเดินผ่านหน้าไคลน์และนั่งลงในตำแหน่งติดกับชายหนุ่มแวมไพร์หนุ่มชำเลืองบิชอปยูทรอฟสกี้ ผู้กำลังนำศาสนิกชนประกอบพิธีรับศีลศักดิ์สิทธิ์ประจำศาสนา ก่อนจะหันมากล่าวกับไคลน์ด้วยท่าทีเหยียดหยัน“มิสเตอร์นักสืบ คุณไม่กลัวว่าผมจะเดินไปบอกตำรวจว่าคุณเป็นผู้วิเศษหรือไง?”ขณะไคลน์กำลังมองไปทางบิชอปร่างยักษ์ มันกล่าวโดยไม่หันกลับมาหาแวมไพร์หนุ่ม
“ผมจะไปกับคุณและตะโกนว่า ‘แวมไพร์’ ด้วยเสียงดังกว่า”อยากวัดไหมว่าใครจะฉิบหายกว่ากัน?คิดว่าฉันคนนี้ต้องกลัวนายหรือ?มุมปากเอ็มลินพลันสั่นกระตุก ก่อนมันจะยกนิ้วชี้ขวาขึ้นมาปิดปากพร้อมกับพูดว่า“ผีดูดเลือด! ผีดูดเลือดผู้ยิ่งใหญ่!”ขณะเห็นว่ายูทรอฟสกี้กำลังยุ่งอยู่กับพิธีรับศีลศักดิ์สิทธิ์ เอ็มลินฉวยโอกาสเค้นเสียงหัวเราะเยาะพร้อมกับเผยธาตุแท้“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น… แต่ข้ากำลังจะได้เป็นอิสระในอีกไม่ช้า หึหึ! ข้าแสร้งบอกกับตาแก่นั่นว่าจะยอมนับถือพระแม่ธรณี และยังบอกด้วยว่า ข้าสำ