ร่างแวมไพร์หนุ่มนั่งนิ่งนานหลายอึดใจ ก่อนจะพึมพำด้วยสีหน้าซีดเผือด“…หลังจากข้าบอกว่าจะยอมเปลี่ยนศาสนา ตาแก่นั่นก็เปิดประตูห้องใต้ดินเข้ามาพร้อมกับตะเกียงหนึ่งดวง ภายในตะเกียงมีเทียนไขกำลังส่องแสง แต่ข้าไม่เห็นรูปลักษณ์ชัดเจน…”ไคลน์เอียงคอกลับไปมองพร้อมกับมอบรอยยิ้มสมเพชให้อีกฝั่าย“บางที่ หลวงพ่อคงใช้มันเพื่อฝังการชี้นำบางอย่างลงในจิตของคุณ ตัวอย่างเช่น การชี้นำซึ่งจะทำให้คุณค่อยๆ เกิดความรู้สึกศรัทธาพระแม่ธรณีจากก้นบึ้งจิตใจ”
มุมปากเอ็มลินพลันสั่นระริก เผยให้เห็นรอยยิ้มจืดชืดราวกับซอมบี้“ข้าไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น! ไม่มีทางเป็นไปได้! และเหนือสิ่งอื่นใด พ่อแม่ของข้าทราบข่าวแล้วใช่ไหม? หากไม่ยอมปล่อยข้ากลับไป พวกเขาต้องตำหนิตาแก่นั่น โทษฐานกักขังหน่วยเหนี่ยวบุตรชายอย่างข้าไว้ในวิหาร! เขาต้องเลือกระหว่างการปล่อยข้าออกไปหรือไม่ก็ชื่อเสียงด้านลบของโบสถ์พระแม่! เป็นยังไงบ้าง แผนของข้าเจ๋งใช่ไหม?”ไคลน์ยังคงแสดงสีหน้าสมเพช ชายหนุ่มประสานมือด้านหน้าพร้อมกับเลื่อนขึ้นมาใต้คาง ท่าทางคล้ายกำลังตั้งใจรับศีล“ถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับหลวงพ่อ ผมจะเลือกบอกความจริงทั้งหมดกับตำรวจ ผมขอฟังความเห็นจากคุณหน่อย… ระหว่างหลวงพ่อผู้เป็นนักบวชถูกต้องตามกฎหมายของอาณาจักร กับแวมไพร์เถื่อนซึ่งเป็นอันตรายต่อมนุษย์และต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ตำรวจจะเลือกเชื่อใคร
มากกว่ากัน? ผีดูดเลือด! ผีดูดเลือดต่างหาก” เอ็ม