ูทรอฟสกี้พลางกล่าวด้วยสีหน้าขึงขัง“หลวงพ่อ ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงอยากให้เอ็มลินอยู่ต่อและไม่อยากจะรู้เหตุผลนั้นด้วย เพียงแต่ว่า ผู้ปกครองของเขาได้ฝากฝังให้ผมพาตัวเขากลับไป”หากบิชอปร่างยักษ์ยอมให้เราพาตัวเอ็มลินกลับไปแต่โดยดีคงต้องจุดเทียนฉลองกันเป็นการใหญ่ ไม่ได้สิ… ปั่านนี้เอ็มลินคงเป็นโรคกลัวเทียนไปตลอดชีวิต…ไคลน์ยืนไตร่ตรองสถานการณ์บิชอปยูทรอฟสกี้ก้มมองคนหนุ่มทั้งสองพร้อมกับเปล่งเสียงสุขุมอ่อนโยน“เอ็มลินจะกลับบ้านตอนไหนก็ได้อยู่แล้ว ผมไม่เคยห้ามเลยสักครั้ง”“…”ไคลน์ชำเลืองมองแวมไพร์หนุ่มน่าสมเพชด้วยหางตาจากนั้นก็ยกมือขวาขึ้นมาทำสัญลักษณ์บนหน้าอก
ตามจิตใต้สำนึก มันต้องการวาดสัญลักษณ์สี่จุดของจันทร์แดง แต่สุดท้ายก็ต้องข่มความรู้สึกและวาดสัญลักษณ์สามจุดของเทพจักรกลไอน้ำแทนเอ็มลินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาสมเพชจากไคลน์ทันใดนั้น มันรีบสับเท้าเดินออกจากวิหารโดยไม่กล่าวสิ่งใดไม่มองใครทั้งสิ้นไคลน์เดินตามหลังด้วยความเร็วปรกติ มิได้แสดงอากัปกิริยาเร่งรีบหลังจากวิ่งย่องได้สักพัก แวมไพร์หนุ่มตัดสินใจลดความเร็วลงและหันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงเจอความเคลือบแคลง“ข้าเริ่มรู้สึกไม่อยากออกจากวิหารฤดูเก็บเกี่ยว… ข้าคิดถึงช่วงเวลาขณะได้อ่านพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ข้าต้องการทำความสะอาดวิหารให้ใหม่เอี่ยมอยู่เสมอ มันใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น… แค่ชั่วโมงเดียว…”การ ‘ชี้นำ’ ของเทียนไขจิตฝันร้ายรุนแรงขนา