สองมีโอกาสเป็นไปได้สูงกว่า… หืม ถ้าเป็นเรื่องจริง นี่คงเป็นหนแรก กับการมีใครสักคนตระหนักถึงตัวตนของห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา…
อามุนด์อันตรายเกินไป! ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงได้ฉายา ‘ผู้เย้ยเทพ’ ในยุคสมัย 4 แม้กระทั่งชื่อสกุลก็ยังเป็นคำต้องห้าม…ไคลน์ทำตามจิตใต้สำนึก เพ่งมองเข้าไปในดาวแดงและสำรวจ ‘ผู้ภาวนา’ มันต้องการตรวจสอบให้แน่ชัดว่า มีสิ่งใดผิดปรกติเกิดขึ้นกับเดอะซันน้อยหรือไม่ไคลน์ไม่เชื่อว่าอามุนด์คนนั้นจะถูกจำกัดได้ง่ายดาย ถึงแม้ผู้นำเมืองเงินพิสุทธิ์จะระบุชัดเจนว่า ‘เศษเสี้ยวอามุนด์ในดวงวิญญาณอดีตหัวหน้าทีมสำรวจไม่ใช่ร่างจริง’ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าอีกฝั่ายจะอ่อนแอ!มีความเป็นไปได้มาก ว่าบุคคลทรงพลังแห่งเมืองเงินพิสุทธิ์คนนั้น แอบใช้พลังหรือสมบัติวิเศษเพื่อจับตามองเดอะซันทุกฝีก้าว…แต่สามารถกระทำเรื่องแบบนี้โดยไม่ให้รู้ตัวได้ด้วยหรือ…ไม่สิ ต้องใช่แน่ สภาเมืองเงินพิสุทธิ์คงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ก่อนอดีตหัวหน้าทีมจะกลายเป็นสัตว์ประหลาด และ
ทำลายผนึกเข้ามาในห้องเดอะซัน… หมายความว่า พวกเขาต้องเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า…ขณะใช้ความคิดเรื่อยเปือย ดวงตาไคลน์พลันผงะเพื่อเห็นภาพของผู้ภาวนาชัดเจนท่ามกลางโลกอันพร่ามัว ร่างมายาของบุคคลปริศนา กำลังรัดพันรอบตัวเดอะซันอย่างแนบชิด!แม้จะมีมือและเท้าตามปรกติ แต่ร่างมายากลับอ่อนตัวคล้ายงูเหลือม ม้วนเป็นเกลียวรอบลำตัวเดอะซันจากล่างขึ้นบนศีรษะของม