ห้ทันใดนั้น ภาพการมองเห็นพลันถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีเทา มาพร้อมกับเสียงใสกังวานของเดอะฟูลผู้ยิ่งใหญ่“เตรียมตัวเข้าร่วมชุมนุม”ตามสัญชาตญาณ เดอร์ริครีบเพ่งสมาธินับจังหวะการเต้นหัวใจตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมันไตร่ตรองอีกทีก็เริ่มตระหนักว่าไม่จำเป็น เพราะในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน คงไม่มีใครเข้ามาเฉียดใกล้อยู่แล้วเดอร์ริคเลิกนับเลข พร้อมกับปล่อยสมองให้ล่องลอยจนกระทั่งเกิดคำถามหากมิสเตอร์ฟูลดึงเราเข้าห้วงมิติสายหมอก วัตถุวิเศษใต้หอคอยคู่จะตรวจสอบพบความผิดปรกติหรือไม่?กล่าวกันว่า พวกมันคือสมบัติวิเศษแสนสำคัญสองชิ้น ซึ่งเคยปกปั้องมิให้เมืองเงินพิสุทธิ์เผชิญความล่มสลายหนแล้วหนเล่า!ท่ามกลางความกระสับกระส่ายและไม่สบายใจ ขณะเดอร์ริคยังตัดสินใจไม่ได้ แสงสีแดงเข้มได้โผล่ขึ้นจากความว่างเปล่าและโอบล้อมร่างกายมันไว้ห้องแคบและปิดตายพลันมีบรรยกาศเงียบงันโดยสมบูรณ์แม้แต่เสียงหัวใจเต้นของเด็กหนุ่มก็ยังแผ่วเบาผิดธรรมชาติทันใดนั้น กำแพงโลหะเย็นซึ่งคั่นระหว่างเดอร์ริคกับอดีตหัวหน้าหน่วยสำรวจ เกิดเสียงเคาะด้วยปลายนิ้วดังเบาบาง
สิ่งนี้คือสัญญาณนัดแนะของทั้งคู่กึกอีกฝั่ายงอนิ้วเคาะอีกครั้งตามปรกติแล้ว หลังจากนี้ควรจะเป็นการเคาะตอบกลับทันทีของอีกฝั่าย แต่กลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยผ่านไปสักพัก เสียงเคาะกำแพงเหล็กดังขึ้นอีกระลอก ก่อนจะตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์เป็นเวลานาน.เมื่อจบงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ออเดรย์