ณ แถบรอบนอกของเขตเหนือ ภายในอาคารสามชั้นสภาพเก่าโทรมใกล้ถูกทิ้งร้างแม้จะเป็นเวลาบ่ายสามโมงตรง แต่ท้องฟั้ากลับมืดครื้มด้วยเมฆคล้ำหนาทึบ ราวกับพายุฝนกำลังจะสาดเทลงมาบนทางเดินสภาพชำรุดทรุดโทรม แสงตะเกียงสาดส่องในแนวเฉียงทะแยง ทะลุผ่านบานหน้าต่างขุ่นมัวจนก่อให้เกิดบรรยายมืดสลัว ใครได้เห็นเป็นต้องรู้สึกขนลุกขนพองออเดรย์เคยมาเยือนแล้วหนหนึ่ง จึงไม่เกิดความประหม่าเท่าคราวก่อน สายตาชำเลืองสอดส่องซ้ายขวาภายใต้หมวกผ่าตัดและผ้าปิดปากแผ่นใหญ่ พยายามเก็บข้อมูลและรายละเอียดของตึกแห่งนี้ให้มากไวเคาต์กายลินกำลังเดินเคียงข้างเด็กสาว สีหน้าของมันกำลังประหวั่นชัดเจน ถึงกับต้องหันมากระซิบกระซาบ“ตึกหลังนี้ไม่ปรกติเลยสักนิด…คงไม่มีผีสิงใช่ไหม?”
ในฐานะบุคคลคลั่งไคล้เรื่องเร้นลับและก้าวเข้ามาในโลกผู้วิเศษได้ครึ่งตัว กายลินเคยประจักษ์เหตุการณ์เหนือธรรมชาติเพียงเรื่องเดียวก็คือ การผ่านเข้าออกประตูโดยไม่ต้องใช้กุญแจของฟอร์ส มันจึงยังสองจิตสองใจว่าภูตผีมีจริงหรือไม่ฟอร์สหันไปมองพลางกลั้นขำ“ผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่เป็นผู้วิเศษ หากอาคารหลังนี้มีผีอยู่จริง ฉันมั่นใจว่าไม่เหลือรอดมาถึงพวกเราแน่ สิ่งมีชีวิตประเภทดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนให้เป็นวัตถุดิบโอสถมูลค่าสูงหรือไม่ก็ทาสรับใช้”เมื่อเห็นไวเคาต์กายลินเริ่มเบาใจ ฟอร์สจึงค่อยเล่าเสริม“แน่นอน ฉันหมายถึงภูตผีระดับต่ำ หากเป็นภูตเงาดำตัวจริง รับรองได้เลยว่าทุกคนในชุมนุม