กยาวไปจนถึงเที่ยงตรง จึงค่อยกลับขึ้นมายังห้องอาหารและเตรียมฟาดมื้อกลางวันให้หนำใจ
ไคลน์ทราบอยู่ก่อนแล้วว่า อาหารเที่ยงแบบจำกัดเสิร์ฟของวันนี้คือ ฟัวกราส์ผัดกับไวน์แดง เคียงด้วยแอปเปิลฝานและขนมปังชุ่มเนยคุณภาพสูงหลังจากตักอาหารเสร็จ ไคลน์ถือถาดเดินมายังโต๊ะทาลิมและได้พบคนรู้จักอีกหนึ่งกำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหาร ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากศัลยแพทย์ อลัน·คริสต์ ผู้ช่วยลงนามรับรองการเป็นสมาชิกของไคลน์ร่วมกับทาลิมขณะกำลังวางถาดลง ชายหนุ่มบังเอิญเหลือบเห็นไม้เท้าค้ำรักแร้ ถูกวางไว้ข้างเก้าอี้ศัลยแพทย์คนดังแห่งเบ็คลันด์“อลัน เกิดอะไรขึ้น?” ไคลน์ถามเป็นกังวลสุภาพบุรุษร่างสูงผอม ผู้สวมแว่นตากรอบทองและมีกลิ่นอายเย็นชา ใช้มือตบต้นขาขวาแผ่วเบาพลางอธิบาย“อย่าไปพูดถึงมันเลย เป็นความซวยอย่างแท้จริง ผมบังเอิญเดินตกบันไดจนกระดูกข้อเท้าแตก ไม่มีทางเลือกนอกจากสวมเฝือก”
“โชคไม่ดีเลยนะครับ” ไคลน์ถอนหายใจเชิงเห็นด้วยก่อนจะหั่นฟัวกราส์เป็นชิ้นเล็กพอดีคำ เลื่อนไปจุ่มซอส และยัดนำมาใส่ปากทันใดนั้น กลิ่นหอมเข้มข้นละมุนละไมพลันลอยฟุั้ง คล้ายกับบางสิ่งในช่องปากกำลังละลายหายไป ต่อมรับรสของไคลน์ตื่นตัวเต็มพิกัดทันที่“ผมดวงไม่ดีมาสักพัก” อลันใช้นิ้วเลื่อนกรอบแว่นก่อนจะขยับไปบีบนวดขมับจากนั้น ศัลยแพทย์หันมาจ้องไคลน์หนึ่งอึดใจ ตามด้วยการหันไปจ้องทาลิม และเปล่งเสียงตะกุกตะกัก“ม…มิสเตอร์โมเรียตี้ คุณ อ…เอ่อ”“ครับ?” ไคลน์หันไปมอง