หน้าครุ่นคิดก่อนจะซักถาม“เจ้าคุณท่านขอรับ หลังจากพิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการเมื่อวานในช่วงเย็น กลุ่มหนุ่มสาวทายาทขุนนางใหญ่ได้เข้าชมต่อทันที่ มีบางรายใช้มือสัมผัสแผ่นคั่นหนังสือสองใบดังกล่าวต้องการให้ผมเรียกตัวมาสอบปากคำหรือไม่ขอรับ”“เรื่องนั้นผมทราบแล้ว” ฮารามิคปล่อยแขนส่องข้างลงและหันกลับมา “ผมใช้พลังตรวจสอบและยืนยันได้ว่า หนุ่มสาวชนชั้นสูงเหล่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหัวขโมยแต่อย่างใดจึงไม่มีความจำเป็นต้องสืบสวนให้เสียเวลาทั้งสองฝั่าย”
“ขอรับ เจ้าคุณท่าน” ตัวมักซ์เองก็ไม่ได้สงสัยในเหล่าชนชั้นสูงนัก ยิ่งเมื่อได้ยินบุคคลทรงพลังอย่างฮารามิคช่วยยืนยัน ความเคลือบแคลงเล็กน้อยในใจก็สลายเป็นปลิดทิ้งใบหน้าอันอ่อนโยนและเมตตากรุณาของฮารามิคไม่ปรากฏความขุ่นเคือง เพียงสอดส่ายมองทุกคนเล็กน้อย“เมื่อคืนมีผู้รุกบุกมากกว่าหนึ่งคน อย่างน้อยก็สอง และคนทั้งสองไม่ใช่ฝั่ายเดียวกัน หนึ่งในนั้นเป็นบุคคลทรงพลัง อาจแข็งแกร่งยิ่งกว่าผมเสียอีก ส่วนอีกคนมีเทคนิคหลบหนีอันน่าทึ่งและยังเป็นปริศนา แม้ผมจะจำลองฉากเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็พอจะ ‘เห็น’ รายละเอียดอย่างคราวอยู่บ้างเรื่องนี้ซับซ้อนเกินจินตนาการพวกเรา”กล่าวถึงตรงนี้ ฮารามิคถอนหายใจยาว“ผมพอจะทราบด้วยว่า เหตุใดพวกเขาถึงพยายามแย่งชิงแผ่นคั่นหนังสือ…โบสถ์จักรกลไอน้ำของพวกเราถูกโรซายล์ปันหัวมาตลอดหนึ่งร้อยห้าสิบปี…”…
การทำใจยอมปล่อยเงิน สามพันปอนด์