าเดียวกัน รถม้าแล่นเข้าเขตสีเขียวพร้อมกับการเหี่ยวเฉาของเถาวัลย์ทีละต้นไคลน์ขมวดคิ้วชนกัน มันเตรียมจุดไฟเผารถม้าและหวังใช้‘กระโจนไฟ’ หลบเข้าไปในเตาผิงของบ้านละแวกใกล้เคียงแต่ไม่ว่าจะออกแรงดีดนิ้วสักเพียงใด ก็ไม่ปรากฏเสียงใดดังเล็ดลอดให้ได้ยิน
ยิ่งเวลาผ่านไป บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งเงียบเชียบผิดปรกติแม้กระทั่งเสียงเกือกม้ากระทบพื้นก็ยังเลือนราง เสียงล้อไม้บดกับพื้นเถาวัลย์ซึ่งเคยดังระงมก็บรรเทาลงไม่ต่างกันไคลน์พยายามข่มสติ มันเพ่งออกไปนอกหน้าต่างและพบว่ารถม้าของตนกำลังวิ่งไปบนท้องฟั้าโดยมีถนนเถาวัลย์คอยนำทาง!นี่ไม่ใช่เบ็คลันด์…ชายหนุ่มหรี่ตาลงทันใดนั้น รถม้าหยุดเคลื่อนตัวกะทันหัน พื้นเถาวัลย์ด้านนอกเริ่มงอกเงยและถักทอเป็นรูปทรง ‘เปล’ ขนาดหนึ่งคนนั่งหนึ่งอึดใจถัดมา เรียวขาของสตรีพร้อมด้วยรองเท้าหนังห้อยลงมายังข้างหน้าต่างห้องโดยสาร ตามด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์กระทบหูไคลน์“เกิดอะไรขึ้น?”
เธอนี่เอง…ผู้หญิงลึกลับในพิพิธภัณฑ์…เราเคยคาดเดาว่าเธอคือตัวตนระดับครึ่งเทพ…แต่ดูเหมือนหล่อนจะจำแนกเรากับร่างวิญญาณหัวขโมยไม่ออก…ต้องแน่นอนอยู่แล้ว เพราะรูปลักษณ์เราเปลี่ยนแปลงด้วยผลของนกหวีดทองแดงมิสเตอร์อะซิก…เธอคงบังเอิญได้ยินเสียงเราตะโกนขอความช่วยเหลือพอดี จึงคอยจับตามองและประเมินสถานการณ์…สมองไคลน์กำลังประมวลผลในระดับยอดเยี่ยมเกินกว่ามาตรฐานปกติมันแสร้งกลืนน้ำลาย จึงค่อยเล่า“ผมเป็นนักสืบเอกชน กำลัง