มาพร้อมเงื่อนไขเลยแฮะ…หลังจากได้ยินข้อแลกเปลี่ยนของแวมไพร์ ไคลน์รู้สึกหงุดหงิดปนขบขันชายหนุ่มหันไปชำเลืองยูทรอฟสกี้ผู้กำลังยืนขวางอยู่ด้านหน้า“หลวงพ่อ ผมขอยืมเทียนไขได้ไหม? เล่มก่อนหน้านี้ ผมลืมชื่อไปแล้ว”บิชอปร่างยักษ์ยังไม่ทันได้มอบคำตอบ แวมไพร์ในห้องใต้ดินรีบส่งเสียงแหกปาก“เจ้าคิดจะทำอะไร? เจ้าจะทำอะไรกับข้า!”ยูทรอฟสกี้เผยรอยยิ้มอบอุ่น“สหาย เทียนเล่มนั้นมีชื่อว่า เทียนไขจิตฝันร้าย คุณต้องการใช้กระทำสิ่งใดหรือ”
หลวงพ่อ คุณช่างหัวไวนัก ถามได้จังหวะพอดี…มุมปากไคลน์กระตุกเล็กน้อย“ผมต้องการใช้เข้าไปในส่วนลึกของจิตใจสหายผู้นี้ เพื่อสำรวจดูว่าข้างในมีสิ่งใดบ้าง คุณคงทราบอยู่แล้ว ผมค่อนข้างชำนาญการใช้งานเทียนไขจิตฝันร้าย ดังนั้นการบุกรุกความฝันจึงไม่เกิดปัญหา…”โดยไม่รอให้ไคลน์กล่าวจบประโยค แวมไพร์ในห้องใต้ดินแหกปากทันที่“ไอ้ระยำ! ล้มเลิกความคิดเดี๋ยวนี้! เจ้าจะถูกสาปถ้ากระทำเรื่องชั่วช้ากับผีดูดเลือดอันสูงส่ง! ย…หยุดนะ! ยอมแล้ว ข้ายอมแล้ว! ข้าจะเล่าให้ฟังว่าใครเป็นเจ้าของมาสเตอร์คีย์!”ไคลน์คิกคักในลำคอ“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ”“เฮ่อะ! ข้าน่าจะรู้อยู่แล้ว สหายของตาแก่ต้องไม่ใช่คนดีแน่! ในฐานะผีดูดเลือดชั้นสูง ข้าไม่เคยเบียดเบียนมนุษย์เลยสัก
ครั้ง แค่แอบเข้าไปขโมยเลือดในโรงพยาบาลกินเป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้นเอง เหมาะสมแล้วหรือกับการกักขังข้าไว้ในห้องใต้ดินเหม็นอับ และบังคับให้ข้าฟังพระคัมภี