ร์แห่งชีวิตซ้ำซาก!”แวมไพร์หนุ่มบ่นอย่างหัวเสียว่ากันตามตรง ถ้าเรารู้ว่าหมอนี่เคยทำอะไรมาบ้าง หากเดินสวนกันบนถนนก็คงหยุดและกล่าวตักเตือนให้เลิกทำ ไม่มากไปกว่านั้น…แต่น่าเสียดาย ด้วยความซวยผนวกกับพลังของมาสเตอร์คีย์ นายจึงหลงเข้ามาถึงวิหารฤดูเก็บเกี่ยว และเผชิญหน้ากับบิชอปร่างยักษ์ผู้เคยชื่นชอบการต่อสู้และฆ่าฟันถึงปัจจุบันจะเลิกไปแล้วก็ตาม…หากจะมีสิ่งใดผิด สิ่งนั้นคือความซวยของตัวนายเองต่างหาก…แต่หากประเมินจากอุปนิสัยปัจจุบันของหลวงพ่อ เขาคงไม่ต้องการทำร้ายแวมไพร์ตนนี้แน่ อย่างมากก็คอยจับตามองอย่างใกล้ชิด และพยายามเผยแผ่ศาสนาเพื่อให้กลับตัวกลับใจเป็นคนดี…ไคลน์ยืนครุ่นคิดหลังจากเงียบนานหลายอึดใจ แวมไพร์ในห้องใต้ดินยอมเปิดปากเล่า
“ราวหนึ่งเดือนก่อน ข้าแอบเข้าไปในโรงพยาบาลทางเขตใต้เพื่อขโมยเลือด แต่บังเอิญได้พบหัวขโมยคนหนึ่ง เดิมที่ มันต้องการเข้าไปขโมยเงินในห้องการเงิน แต่เกิดหลงทางจนกระทั่งเดินมาถึงห้องเก็บเลือด จึงได้พบกับข้าแทน ในตอนนั้น หัวขโมยพกมาสเตอร์คีย์ติดตัวมาด้วย มันบอกว่า ได้มาจากการงัดบ้านหลังหนึ่ง กุญแจถูกวางอยู่ในห้องใต้ดินพร้อมกับนาฬิกาพกเลี่ยมเพชรหนึ่งเรือน หัวขโมยเคยคิดว่าเป็นกุญแจตู้นิรภัยของบ้าน แต่หลังจากทดสอบสักพัก กลับพบว่ากุญแจสามารถเปิดประตูได้ทุกบาน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สิ่งนี้คือภาพในฝันของหัวขโมยหลายคน มันสนุกกับการงัดบ้านเหยื่อหลังแล้วหลังเล่าจนกระทั่งถูกข้าพ