บตัวและยึดมาสเตอร์คีย์มา บ้าจริง!ข้าไม่เคยคิดว่ากุญแจระยำนั่นจะทำให้หลงทางได้ด้วย!”ตรงกับนิมิตความฝันเลยแฮะ…แต่ฟังดูเหมือนคำสาปชะมัด เจ้าของกุญแจคนแรกหลงทางและถูกแย่งชิงไป เจ้าของคนถัดมาก็ยังหลงทางและถูกแย่งชิงกุญแจไปเช่นกัน…หมายความว่าเราควรโยนไว้ในมิติเหนือสายหมอกเทา และค่อย
นำออกมาใช้ในยามจำเป็น แต่แบบนั้นจะไม่สะดวก และยิ่งทำให้เสียเวลาในสถานการณ์เร่งด่วน…ไคลน์ครุ่นคิดด้วยมาดสุขุมพลางซักถาม“ได้ถามหัวขโมยหรือไม่ ว่ามันขโมยกุญแจมาจากบ้านหลังใด”แวมไพร์พึมพำอย่างไม่พอใจ“เจ้าคิดว่าข้าโง่นักหรือ มีใครบ้างจะไม่ถามเรื่องดังกล่าวมันเล่าว่า ขโมยมาสเตอร์คีย์มาจากบ้านหมายเลข 48 ถนนอ่าวแม่น้ำในเขตใต้ ข้าเคยคิดว่าจะลองไปตรวจสอบดูสักครั้ง…เฮ่อะ! ข้าเล่าไปหมดแล้ว ดังนั้นอย่าได้มารบกวนกันอีก”ไคลน์ไม่กลับทันทีเพียงเพราะได้ยินอีกฝั่ายพูดเช่นนั้น มันล้วงหยิบเหรียญเพนนีทองแดงออกมาและท่องประโยคทำนาย“เขาโกหก”…
เมื่อท่องครบเจ็ด ชายหนุ่มดีดเหรียญขึ้นไปในอากาศสายตาจ้องมองเหรียญหมุนรอบตัวเองสักพัก ก่อนจะใช้ฝั่ามือรับไว้นุ่มนวลเหรียญออกหัว ยืนยันว่า ‘ใช่’แวมไพร์ตนนี้โกหก!แต่คำอธิบายเรื่องหัวขโมย ตรงกับนิมิตความฝันก่อนหน้าของเรา หมายความว่ามันโกหกในเรื่องอื่น คงเป็นการบิดเบือนหมายเลขบ้านหลังดังกล่าวกระมัง…ไคลน์หันไปมองยูทรอฟสกี้“เขาโกหก ทำไมเขาต้องโกหกพวกเรากันนะ…เขาคงไม่โกหกเพียงเพราะโกรธแค้นคนแปลกหน้าอย่า