ุณจับเขาขังทำไมหรือ”
บิชอปยูทรอฟสกี้หันกลับมามองชายหนุ่มพร้อมกับมอบคำตอบ“เขาคือเจ้าของมาสเตอร์คีย์คนก่อน วันหนึ่ง ชายคนนี้บังเอิญเดินหลงเข้ามาในวิหารฤดูเก็บเกี่ยว”“…” ไคลน์เริ่มคิดอย่างจริงจังว่าตนควรพกกุญแจบัดซบติดตัวดีไหม เพราะเริ่มสัมผัสได้ว่า ชีวิตในช่วงหลังช่างลำบากลำบนเสียเหลือเกินโชคดีว่าเรายังพอใช้พลังทำนายช่วยสนับสนุนได้…ชายหนุ่มถอนหายใจผ่อนคลาย“ตอนนั้นเขากำลังอยู่ในภาวะหิวเลือด เมื่อผมตรวจพบความผิดปรกติจึงจับมาขังไว้”ยูทรอฟสกี้เล่าเสริมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“เฮ่อะ! เลิกพูดเรื่องเลือดได้แล้ว! ข้าจะอ้วก! ข้าต้องการเลือดของเด็กสาวแรกแย้มต่างหาก ไม่ใช่เลือดของนักบวชแก่เหม็นเขียวอย่างเจ้า!” แวมไพร์ในห้องใต้ดินเริ่มระเบิดโทสะยูทรอฟสกี้อธิบายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เมื่อเขาหิวเลือด ผมจะให้เขาดื่มเลือดของผมแทน”ไคลน์พยักหน้ารับพลางก้มศีรษะลงไปมองด้านล่าง และได้พบกับประตูหินที่สลักตราศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตแผ่นใหญ่ไว้บนผิวรวมถึงอักขระเวทมนตร์และสัญลักษณ์พิเศษอีกมาก เกิดเป็นอำนาจผนึกแน่นหนาเป็นเหตุผลที่ในตอนกลางวัน ถึงจะมีสาวกแวะเวียนมาสวดภาวนาในห้องโถง ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงแหกปากของแวมไพร์ตนนี้…ไคลน์ประเมินสถานการณ์อย่างคร่าว“แล้วสหายมาหาด้วยเรื่องใด” บิชอปยูทรอฟสกี้ซักถามไคลน์ตอบกลับตามตรง“ผมต้องการทราบว่าใครคือเจ้าของดั้งเดิมของมาสเตอร์คีย์”“งั้นก็ถามเขาได้เลย” หลวงพ่อร่างยักษ์ชี้นิ้วไปทาง