ได้ไม่นาน จึงไม่สามารถสืบสวนด้วยเทคนิคสื่อวิญญาณได้…ไคลน์บีบนวดขมับ สายตาเหลือบมองไปด้านนอกและพบว่าท้องฟั้าเริ่มมืด จึงตัดสินใจหยุดอ่านเอกสารคดีเก่าและลุกยืนมันเดินออกจากบ้านตรงไปยังถนนมินส์เนื่องจากมีธุระในยามค่ำคืนไคลน์มุ่งหน้าไปยังทิศใต้ของย่านสะพานเบ็คลันด์ เปั้าหมายคือวิหารฤดูเก็บเกี่ยวบนถนนกุหลาบ ตามหาบิชอปยูทรอฟสกี้และขอทำภารกิจแลกสูตรโอสถนักปรุงยา
มันทำนายล่วงหน้าเพื่อยืนยันระดับอันตรายแล้ว ผลออกมาอยู่ในขอบเขตรับได้สำหรับไคลน์ มันควรมีลูกน้องเป็นนักปรุงยาติดไว้สักคนสองคนไคลน์สามารถบาดเจ็บหรือปั่วยไข้จากการเผชิญหน้าศัตรูแข็งแกร่ง ดังนั้นการมีนักปรุงยาคนสนิทผู้พร้อมช่วยเหลือทุกเมื่อจึงจำเป็นหลังจากอ้อมไปยังเขตตะวันออก ไคลน์ปลอมตัวและลงรถไฟใต้ดิน เพื่อข้ามแม้น้ำทัสซอคไปยังย่านทิศใต้ของสะพานตลอดทาง บรรยากาศอันมืดมิดผสมผสานกับแสงตะเกียงแก๊ส เกิดเป็นฉากงดงามสะกดสายตาจนอยู่หมัดเมื่อถึงสถานีปลายทาง มันต่อรถม้าไปยังถนนกุหลาบและได้พบวิหารฤดูเก็บเกี่ยวขนาดเล็กแต่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มองปราดเดียวก็ทราบทันทีว่ามาไม่ผิดวิหารสีทองอร่ามตรงหน้ามียอดหลังค่าเด่นตระหง่าน ผนวกกับตราศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิต ภาพเด็กทารกรายล้อมด้วยสัญลักษณ์
ข้าวสาลี ดอกไม้ และน้ำพุเรียงรายตามผนังด้านนอก โดดเด่นสง่างามเกินกว่าอาคารข้างเคียงปัจจุบัน แสงจากวิหารค่อนข้างสลัวภายในไม่หลงเหลือสาวกแม้แต่คนเดียวไคลน์ย่องเข้าไปจ