อมกับเสริม“โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าจินตนาการของพวกเรามาก!ผมพูดจริง! ความตายไม่ใช่จุดจบสุดท้ายของชีวิต!”คึกคะนองสมกับเป็นวัยรุ่น…แต่ถ้าเราจำไม่ผิด เหมือนจะเคยได้ยินคำสอนทำนองนี้มาก่อน…ไคลน์ครุ่นคิดพลางเผยรอยยิ้มอ่อนโยน “ผมเชื่ออีกคำกล่าวหนึ่งมากกว่า ในยุคสมัยอดีตกาลก่อนบรรพกาล แม้แต่ความตายก็ไม่มีตัวตนอยู่จริง”โดยไม่รอให้อาโดลกล่าวสิ่งใด ชายหนุ่มล้วงหยิบนาฬิกาพกสีทองออกมาเปิดฝา“แล้วคุณตกอยู่ในสภาพก่อนหน้านี้ได้อย่างไร…อาการคล้ายกับผู้ปั่วยทางจิต”“ผ…ผม” อาโดลเบือนหน้าหนีพลางครุ่นคิดหลายวินาที่ “ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมสมาคมแห่งหนึ่ง…มีหลักคำสอนว่า ความตายไม่ใช่จุดจบสุดท้ายของทุกสิ่ง พวกเราใช้เวทมนตร์บางชนิดเพื่อให้สมาชิกตระหนักถึงความตายและเกิดอารมณ์
ปล่อยวาง รวมถึงยังเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนสามารถคืนชีพหลังจากความตายได้!”ขณะยืนฟัง ไคลน์ ผู้เพิ่งคลานขึ้นจากหลุมศพเมื่อเดือนก่อนเผยรอยยิ้มมุมปาก“คุณและผองเพื่อนก็เลยพยายามชุบชีวิตคนตาย?”ความตายไม่ใช่จุดจบ…ยังมีโลกอีกใบหลังความตาย…เกิดอารมณ์ปล่อยวาง…เวทมนตร์…สิ่งเหล่านี้คือคำสอนของนิกายวิญญาณไม่ใช่หรือ…ถ้าจำไม่ผิด เปั้าหมายของพวกมันคือการคืนชีพเทพมรณา…ไคลน์พึมพำในใจหลังจากเริ่มพบเบาะแส“ใช่ครับ!” อาโดลพยักหน้าหนักแน่นด้วยดวงตาระยิบระยับ แต่ก็ยังหลงเหลืออาการหวาดกลัวให้เห็น“แล้วหาศพคนตายจากไหน” ไคลน์ถามจี้“พ…พวกเราแอบขุดสุสาน เลือกเฉพาะศพเพิ่งถูกฝ