ของเธอมีแต่ความคิดด้านลบ ความเจ็บปวดถาโถมท่วมท้นร่างกายทุกส่วนเท่าเทียมทันใดนั้น สติของหญิงสาวพลันคมชัดกะทันหัน ความเจ็บปวด ความบ้าคลั่ง ความกระวนกระวาย และความสิ้นหวังซึ่งฝังลึกเข้าไปในกระดูกของฟอร์สจนยากจะลบเลือน กลับ
สลายตัวไปอย่างปริศนา ประหนึ่งเหตุการณ์ก่อนหน้าเป็นเพียงภาพลวงตาเราอดทนผ่านมาได้เพราะวันนี้จบลงเร็วกว่าปรกติ? ไม่น่าใช่เพราะยิ่งเป็นคืนจัทราโลหิตเช่นนี้ ระยะเวลาความทรมานก็ยิ่งยาวนานกว่าทุกที…ฟอร์สกำลังสับสนสุดขีด เธอตัดสินใจลืมตา ซึ่งหลับไปตั้งแต่เริ่มนอนขดตัว พลางก้มมองด้านล่างตามสัญชาตญาณ และได้พบกับสายหมอกสีเทาไร้ก้นบึ้งลอยล่องใต้ฝั่าเท้า เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ได้พบกับโต๊ะทองแดงโบราณ ขนาดใหญ่ยาวราวยี่สิบเก้าอี้เรากำลังอยู่ไหน…? หลังจากผุดความประหลาดใจ ฟอร์สรีบมองรอบตัว และได้พบเสาหินต้นยักษ์วางเรียงราย เหนือขึ้นไปเป็นโดมหลังคาสูงเด่นตระหง่านคล้ายพระราชวังถัดมา บนเก้าอี้ตัวไกลสุดของโต๊ะทองแดงโบราณ เธอได้พบบุคคลปริศนา ร่างกายห่อหุ้มด้วยกลุ่มหมอกสีเทาทึบ ราวกับเป็นพระเจ้าผู้เฝั้ามองทุกสรรพสิ่งจากเบื้องบนเรากำลังอยู่ไหน? แล้วเขาเป็นใคร? ฟอร์สพรั่งพรูคำถามมากมายภายในใจ
ทันใดนั้น หญิงสาวพลันตระหนักได้ว่าตนกระทำสิ่งใดลงไปก่อนหน้านี้!ขณะเกิดความเจ็บปวดแสนสาหัส เธอตัดสินใจเอ่ยพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของบุคคลลึกลับ ตามคาถาซึ่งซิลพบในหนังสือ‘ประวัติศาสตร์ขุนนางโลเอ็น’ คาถาดังกล