มีสิ่งนี้’ ชายหนุ่มประเมินว่า ไว้ค่อยใกล้ถึงเวลาค่อยกลับมาพิจารณากันใหม่หากตัวมันก้าวไปถึงลำดับ ‘ผู้ไร้หน้า’ ได้ก่อนสิ้นปี บางทีอาจตัดสินใจปลอมตัวเป็นใครสักคนและเดินทางเข้าร่วมตามพิกัดดังกล่าว แต่ถ้าลำดับพลังยังไม่ถึง ก็คงต้องปล่อยผ่านไปโดยไม่ทำอะไร…ไคลน์รำพันในใจ สมาธิกลับมาจดจ่ออยู่กับขั้นตอนการเลื่อนลำดับเป็น ‘นักมายากล’ อีกครั้งดูเหมือนไม่มีอะไรน่าห่วงสำหรับรากแก้วและยางของต้นไม้มนุษย์หมอกทึบ เดอะซันคงจัดการได้ไม่ยาก…และถ้าไม่ดวงซวยจนเกินไป ก็คงได้รับผลึกแก่นน้ำพุเอลฟกับไขสันหลังเสือดำลายมารภายในสัปดาห์นี้…แปลว่าตัวเราใกล้เคียงกับการเป็นลำดับเจ็ด เต็มทีแล้ว…ผู้วิเศษลำดับกลางสินะ…หืม…แล้วนักมายากลต้องใช้เทคนิคสวมบทบาทอย่างไร? เมื่อฉุกคิดเรื่องดังกล่าว ไคลน์เริ่มตระหนักถึงปัญหาใหญ่หลังจากตายและเกิดใหม่ มันต้องเผชิญห้วงอารมณ์ขมขื่นและค้นพบแก่นแท้ตัวตลกเข้าโดยบังเอิญ มีใจความดังนี้
“แม้จะมีพลังหยั่งถึงโชคชะตาได้เล็กน้อย แต่เมื่อต้องเผชิญห้วงทะเลโชคชะตาแสนกว้างใหญ่ มนุษย์ย่อมไม่มีพลังฝืนลิขิตฟั้า ฉะนั้น เราจำเป็นต้องสวมหน้ากากยิ้มแย้มตลอดเวลาเพื่อเก็บงำความปวดร้าว โศกเศร้า สับสน และจิตตก”ตลอดช่วงหนึ่งเดือนหลัง ไคลน์จึงหมั่นสวมบทบาทเป็นระยะเพื่อให้โอสถถูกย่อยอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกหรือตั้งกฎใหม่ให้วุ่นวาย เพียงคอยตรวจสอบความรู้สึกเป็นระยะก็พอ…หลังจากนั้น เ