ซึ่งยังติดค้างอยู่เมื่ออีกฝั่ายเขียนเสร็จ ไคลน์ย้ายกระดาษหนังมาอยู่บนมือตัวเองพร้อมกับก้มหน้าอ่าน“14 มกราคม เราเริ่มพบปัญหาน่าเป็นห่วงข้อหนึ่ง หากสมบัติวิเศษลำดับสูงซึ่งมีสตินึกคิดเป็นของตัวเอง ไม่ถูกผนึกไว้ให้ถูกต้องและแน่นหนา มันจะสร้างแรงดึงดูดกับผู้วิเศษลำดับต่ำในเส้นทางเดียวกันโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งทั้งสองฝั่ายได้มาบรรจบพบกัน ยิ่งฝั่ายแรกมีลำดับสูงเท่าใด โอกาสเกิดเรื่องดังกล่าวก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อิทธิพลดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่จะมาเป็นพักๆ เท่านั้น”เนื้อความข้างต้นได้ปลุกไคลน์ให้ตาสว่างทันที่ เนื่องจากมันเคยตั้งสมมติฐานคล้ายคลึงกันไว้ก่อนหน้าแล้วหลังจากมาถึงเบ็คลันด์ได้ไม่นาน ชายหนุ่มพบว่าตัวเองเข้าไปพัวพันกับลัทธิเร้นลับ เจ้าของเส้นทางนักทำนายเข้าโดย
บังเอิญ และในภายหลัง มันยังต้องเผชิญเหตุการณ์เฉียดใกล้ความตาย แต่ในตอนสุดท้ายก็ได้รับสูตรโอสถลำดับเจ็ด หกและ ห้า มาครองสำเร็จในเวลานั้น ไคลน์สงสัยว่า ความพิเศษจากการเดินทางข้ามโลกของตนได้มอบสิทธิประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการคืนชีพ การตื่นตัวเมื่อถูกบุกรุกความฝัน และห้วงมิติหมอกเทา จึงคาดว่าการพัวพันกับเส้นทางนักทำนายเป็นพิเศษ อาจจะมาจากอิทธิพลของการเดินทางข้ามโลกด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสมุดบันทึกตระกูลอันทีโกนัสหรือลัทธิเร้นลับแต่หลังจากได้อ่านไดอารี ไคลน์เริ่มผุดแนวคิดใหม่ชายหนุ่มใช้หางตาชำเลืองห้วงมิ