นตอนนี้”หลังจากทวนครบเจ็ดหน ชายหนุ่มรีบลืมตาจ้องมองผลลัพธ์และพบว่าจี้บุษราคัมกำลังหมุนทวนเข็ม แต่รอบความเร็วไม่ถี่มาก และคาบการแกว่งก็ไม่กว้างสิ่งนี้หมายถึง ลาเนวุสยังคงเป็นตัวอันตราย แต่น้อยลงกว่าเดิมมากทว่า ไคลน์กำลังสนใจประเด็นอื่นผลการทำนายไม่ล้มเหลวแล้ว!หมายความว่า ลาเนวุสอยู่ในภาวะปราศจากออร่าแห่งเทพซึ่งเป็น ‘พร’ ของพระผู้สร้างแท้จริง!
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านพลางแทรกซึมเข้าไปในกระดูกไคลน์ ชายหนุ่มเริ่มสั่นเทาจากปลายนิ้ว คล้ายกับถูกกระแสไฟฟั้าพุ่งจากปลายเท้า ทะลวงขึ้นไปยังสมองด้านบนสุดเราอาจยังพอทำอะไรได้บ้าง! เมื่อเกิดความคิดดังกล่าวไคลน์ไม่ลังเล รีบเดินถอยหลังสี่ก้าวพร้อมกับส่งตัวเองเข้ามิติสายหมอกเทาและไม่มัวเสียเวลา ไคลน์นั่นลงบนเก้าอี้เดอะฟูล เสกกระดาษหนัง ปากกาหมึกซึม พร้อมกับเขียนข้อความ“เส้นทางหนีของลาเนวุส”ชายหนุ่มเอนหลังพิง ริมฝีปากพึมพำประโยคทำนาย และสะกดจิตตัวเองหลับใหลท่ามกลางโลกสีเทาไม่คมชัด มันมองเห็นทางระบายน้ำอันมืดมิด เต็มไปด้วยดินโคลนสกปรกเปรอะเปือน รวมถึงท่อโลหะขึ้นสนิมระโยงระยางหลายจุดค่อนข้างคับแคบและมิดชิด…ไม่ผิดแน่ เป็นทางระบายน้ำด้านล่าง!
ไคลน์รีบลืมตาตื่น ห่อหุ้มตัวเองด้วยพลังวิญญาณ ส่งจิตกลับสู่โลกความจริงเมื่อการมองเห็นกลับกลายเป็นหอนาฬิกา ไคลน์เดินถอยหลังสองก้าว และหันกลับไปทางรั้วฝังตรงข้ามเรือบินสีดำมันไม่มัวเสียเวลาเดินบันไดวน ชายหนุ่มเลือกกระ