โดดตีลังกาออกจากรั้วโลหะสีเหลือง จากนั้นก็ใช้ฝั่าเท้าเหยียบผนังหอคอยพร้อมกันวิ่งลงมาในแนวดิ่ง ประหนึ่งว่ากำลังเดินบนฟืนระนาบก็มิปานภายในระยะเวลาแสนสั้น ฝั่าเท้าไคลน์ก็สัมผัสกับแผ่นหินบนพื้นถนน…ภายในอาคารอิฐแดง เหยี่ยวราตรีสวมถุงมือสีแดงสองคนกำลังนอนหมดสติหน้าประตูทางเข้า กระจกเงินโบราณกลิ้งไปหลบตรงมุมเสา กลายเป็นสิ่งของธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษโดดเด่น ไม่มีส่วนใดเหมือนกับสมบัติปิดผนึกระดับหนึ่ง เลยสักนิดแต่เพียงจ้องมองก็พอจะทราบ ว่ามันกำลังฟืนฟูตัวเองทีละนิด
ณ กึ่งกลางทางแยกภายในตึก เครสไทน์อยู่ในสภาพคุกเข่าลงหนึ่งข้าง โลหิตไหลซึมจากหางตาทั้งสองจนดูคล้ายกับหยดน้ำตาเส้นผมสั้นสีทองอมน้ำตาลค่อนข้างยุ่งเหยิง ปกเสื้อเชิ้ตและเสื้อกันลมซึ่งเคยตั้งตรง กำลังอยู่ในสภาพฉีกขาดยับเยิน เผยให้เห็นคางแหลมและริมฝีปากเรียบบางเครสไทน์อ้าปากหายใจเหนื่อยหอบ บนฟันทุกซี่ปรากฏภาพใบหน้ามายาบิดเบี้ยวอาวุโสใหญ่แห่งโบสถ์รัตติกาลใช้มือซ้ายซึ่งสวมถุงมือแดงยันพื้นอาคารโดยหวังพยุงร่างกายให้ลุกยืน ลำคอตั้งตรงด้วยสีหน้าเจ็บแปลบ สายตาจ้องมองไปข้างหน้าเบื้องหน้าพอดิบพอดี เป็นบันไดนำพาไปสู่ชั้นสองของอาคาร บนขั้นบันไดมีลาเนวุสสวมเสื้อลินินฉีกขาดยืนเด่นตระหง่านลาเนวุสกำลังยืนตัวตรงก็จริง แต่กึ่งกลางหน้าอกมีดาบกระดูกศักดิ์สิทธิ์สีขาวโพลนเสียบปักลึกเข้าไป
เนื้อแดงไร้ผิวหนังบนแผ่นอก ไม่ได้ก่อตัวเป็นภาพของชายห้อยหัวอีกแล้ว เหล