ุด…หยุดก่อน!” ซิลยกมือขวา ก่อนจะลดมือลงและซักถาม “นอกจากสหภาพคนงานอู่ต่อเรือ นายเคยเห็น‘ยักษ์’ ตรงไหนอีก?”“ไม่แล้ว บางที่ เพื่อนของผมก็คงไม่เคยเห็นเหมือนกันพวกเราแอบแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่เสมอ” เบอร์ตันตอบฉะฉานซิลไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่ม เพียงโยนเหรียญห้าเพนนีให้เบอร์ตัน
“เอาไปดื่ม แล้วห้ามบอกใครเด็ดขาด ว่าฉันเคยถามคำถามเมื่อครู่กับนาย ขอเตือนว่าเรื่องนี้อันตรายเป็นอย่างมาก”ยังไม่ทันจบประโยค ซิลหันหลังกลับและเดินตรงไปทางถนน จุดหมายปลายทางคือสหภาพคนงานอู่ต่อเรือไบลัมตะวันออกราวสิบนาทีถัดมา ซิลได้พบกับตึกสองชั้น ภายนอกอาคารถูกฉาบด้วยสีเหลืองเธอส้วมโค้ทผ้าใบสลับในนอก เผยให้เห็นรอยปะปลอมๆหลายจุด เปลี่ยนภาพลักษณ์จากคนงานร่างเล็ก กลายเป็นคนจรจัดโดยสมบูรณ์ซิลหันไปมองคนไร้บ้านซึ่งกำลังนั่งเร่ร่อนตรงมุมตึกฝังตรงข้าม เธอตัดสินใจบีบจมูกเดินเข้าไปเข้านั่งรวมกับกลุ่มคนดังกล่าว สายตาชำเลืองมองประตูหลักของตึกสหภาพคนงานอู่ต่อเรือเป็นระยะ คอยสอดส่องว่ามีใครผ่านเข้าออกบ้าง
หลายนาทีถัดมา ซิลนั่งทนความหนาวเย็นและสภาพอากาศสุดเลวร้าย สมาธิยังคงเพ่งมองสถานการณ์รอบอาคารสหภาพอู่ต่อเรือสมองยังจนจำคำพูดแสนดื้อดึงของวิลเลียมส์ได้ดี มันขอดื่มเหล้าไปวันๆ ดีกว่าต้องมีครอบครัวทุกข์ระทม ขณะเดียวกันเธอยังจำความรู้สึกตัวเองได้ดี เมื่อได้อ่านข่าวคดีระเบิดบนนถนนดาราวีจากหนังสือพิมพ์ความรู้สึกดังกล่าวช่วยให้สมาธิซิลจดจ่อมา