งเล่าขำขันดังเล็ดลอดเข้าโสตประสาทชายหนุ่มเป็นระยะ ไคลน์ทำเพียงอมยิ้ม หาจังหวะสอดแทรกคำพูดอย่างเหมาะสม ระหว่างนั้นก็ชำเลืองมองเด็กเล็กของครอบครัวซาเมอร์วิ่งเข้าวิ่งออกอย่างซุกซนและบุคคลผู้นั่งถัดจากไคลน์คือ ทนายหนุ่มมาดเข้ม เยอร์เก้น·คูเปอร์ บุรุษซึ่งสวมสีหน้าขึงขังทุกลมหายใจ มันคอยมอบคำแนะนำเชิงสาระแก่ทุกคนในวงสนทนาเสมอไคลน์อมยิ้ม เอนตัวเล็กน้อยไปกระซิบถาม“คุณเบื่อหรือ?”
“ไม่เลย หัวข้อสนทนาของพวกเขาน่าสนใจมาก”เยอร์เก้นผงกศีรษะหนักแน่นไคลน์พลันขมวดคิ้ว ตามด้วยการโพล่งคำถาม“แล้วทำไมคุณถึงไม่ยิ้มเลย?”เยอร์เก้นขมวดคิ้วบ้าง มันมองไคลน์ด้วยสีหน้าสับสน“แล้วทำไมถึงต้องยิ้ม?”“…” มุมปากไคลน์กระตุก ไม่ทราบจริงๆ ว่าต้องตอบโต้เช่นไรในสถานการณ์แบบนี้ขณะไคลน์กำลังจะเล่นมุกตลกว่า เยอร์เก้นผู้เคร่งขรึมคนนี้จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันที่ ถ้าได้เล่นกับเจ้าแมวดำโบรดี้ประจำบ้าน แต่ทันใดนั้น เสียงสวดภาวนาพลันดังกังวานผู้หญิง…จัสติส? พบเบาะแสรวดเร็วขนาดนี้เชียว? ข้อมูลจากเราก็ไม่ได้มากมายอะไร…ไคลน์ลุกยืนพร้อมกับโค้งศีรษะ“ขอตัวเข้าห้องน้ำ”
ภายในห้องน้ำ ชายหนุ่มลงกลอนมิดชิด เดินทวนเข็มสี่ก้าวส่งตัวเข้าสู่ห้วงมิติสายหมอกสีเทาไม่ผิดจากการคาดเดา ผู้สวดภาวนาในคราวนี้คือจัสติสไคลน์ทำสีหน้ากระวนกระวายเล็กน้อย ก่อนจะแผ่พลังวิญญาณเข้าไปในดาวแดงตัวแทนของเธอ เพื่อรับฟังเนื้อหาการภาวนาหลังจากจบท่อนเอ่ยพระนามอันยิ่งใหญ่