ลาดังกล่าว…มาถามเรื่องแบบนี้กับเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบอย่างผมเนี่ยนะ? พวกเขาหวังคำตอบแบบไหน?” ราฟเตอร์กัดฟันกรอดขณะเล่าเรื่อง
“ใจเย็น…ใจเย็นก่อน” ไคลน์ยกมือซ้ายขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้อีกฝั่ายใจเย็น ขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดหาวิธีตรวจสอบว่า บาโรเน็ตพาวน์ทราบเรื่องของอาคารใต้ดินบ้างหรือไม่หลังจากนั้น ไคลน์ซักถามอย่างละเอียดจนพึงพอใจ ก่อนจะเงยหน้ากล่าวกับราฟเตอร์ด้วยเสียงแหบพร่า“ดูเหมือนนายจะไม่รู้อะไรเลยสินะ”“ขอโทษสำหรับการรบกวนยามวิกาล”ไคลน์ยืนขึ้น โน้มตัวคำนับเล็กน้อย เป็นการแสดงความขอโทษจากใจจริงระหว่างนั้น รอยยิ้มอันบ้าคลั่งและสติแตกของราฟเตอร์·พาวน์พลันจางหาย ดวงตาสีฟั้าครามจ้องมองไคลน์อย่างลุ่มลึกราวกับกำลังสำรวจบางสิ่งเมื่อเห็นไคลน์เหยียดตัวตรงอีกครั้ง มันกลับไปเผยรอยยิ้มกึ่งเสียสติเช่นเดิม อัดแน่นไปด้วยโทสะ เศร้าโศก บ้าคลั่ง และขื่นขมทุกข์ระทม
ทันใดนั้น เสียงภาษาประหลาดพลันดังแว่วข้างหูราฟเตอร์กะทันหัน“แดงฉาน!”ไคลน์ฉีดพลังวิญญาณเข้าไปในแผ่นโหละยันต์หลับใหลก่อนจะโยนใส่ราฟเตอร์ด้วยมือข้างซ้ายอันเปลือยเปล่าเมื่อเสียงโลหะกระทบพื้นดังกังวาน บรรยากาศสุขสงบพลันแผ่ซ่านไปทั่วห้องอย่างฉับพลัน โอบกอดร่างบาโรเน็ตพาวน์พร้อมกับกล่อมให้มันหลับใหล ทิ้งตัวลงบนเตียงกะทันหัน“ต้องขอโทษด้วย คำถามก่อนหน้ามีไว้สำหรับเปรียบเทียบในภายหลัง ขั้นตอนถัดไปคือการคุยกับดวงวิญญาณโดยตรง” ไคลน์ใช้มือตบร่างราฟเตอร์·พาวน์