ึกบ้านพักเก็บไว้บ้าง จำนวนขุนนางไม่ได้มีมากขนาดนั้นสักหน่อย” หลังจากไคลน์กลับถึง
บ้าน 15 ถนนมินส์ มันเดินไปหยุดยืนหน้ากระจกเงาเต็มบานจากนั้นก็ส่งเสียงพูดกับอากาศ”ผิวกระจกเผยภาพมิสบอดี้การ์ดในเดรสโกธิกสีดำและหมวกใบเล็กเข้าชุดบนหัวเธอพยักหน้ารับเล็กน้อย เชิงเห็นด้วยกับแนวคิดไคลน์ตามด้วยเสียงอันล่องลอย“หมดเวลาคุ้มกันแล้ว”ผมรู้น่า ผ่านมาสามวันเต็มแล้ว…ไคลน์ก้มหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนซักถาม“ถ้าผมหาเบาะแสของตระกูลพาวน์ได้ คุณต้องการทราบด้วยไหม?”มิสบอดี้การ์ดไม่ตอบ เพียงผงกศีรษะ“เอ่อ…ให้แจ้งผ่านมาริค?” ไคลน์ถามต่อคำตอบเป็นการพยักหน้าอีกครั้ง ทันใดนั้น คนคุ้มกันสาวสวยโน้มตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย สองมือยกชายกระโปรงขึ้น ปิดท้ายด้วยการคำนับอย่างงดงาม
ภาพของเธอเลือนหายไป ผิวกระจกสะท้อนภาพไคลน์ราวกับไม่มีสิ่งใดพิเศษไคลน์กวาดสายตามอง ยังคงไม่ผ่อนคลายตัวเองแม้จะเห็นภาพดังกล่าว มันเดินไปเตรียมอาหารเย็นตามปรกติ เติมเต็มท้องให้อิ่มหนำสำราญรอจนกระทั่งตกดึกสงัด มันเดินกลับขึ้นห้องนอน รูดม่านปิดมิดชิด นำกล่องบุหรี่โลหะออกมาปิดฝา และวางมือลงบนตะกอนพลังของโรซาโก้ ดวงตาดำล้วนเสียงเพรียกมายาพลันบุกรุกจิตใจไคลน์ทุกทิศทาง ราวกับหวังทำลายดวงวิญญาณให้แหลกละเอียด ราวกับหวังบิดเบือนสติให้ไม่สามารถใช้การได้ตลอดไปไคลน์ฝืนต่อสู้กับความรู้สึกราวกับสมองใกล้ระเบิดอย่างเต็มกลืน จนกระทั่งเริ่มมองเห็นด้ายมายาสีดำพุ่งออกจากร