่างกายพวกมันมีจำนวนมหาศาล กระจุกตัวหนาแน่น ลักษณะเลือนรางล่องลอย ยืดยาวออกไปสู่ห้วงมิติไร้ก้นบึ้งไคลน์กวาดสายตามองรอบตัว เมื่อไม่พบด้ายดำเส้นอื่นนอกจากของตัวเอง จึงสบายใจได้ว่ามิสบอดี้การ์ดไม่อยู่แล้ว
ชายหนุ่มรีบปล่อยมือจากดวงตาดำล้วน ไม่สามารถอดทนต่อแรงบีบเค้นได้นานกว่านี้ จนกระทั่งผ่านไปราวหนึ่งอึดใจเหตุการณ์รอบตัวจึงเริ่มกลับเป็นปรกติ“ฟูั่ว! เข้ามิติสายหมอกได้สักที่ ถึงเวลายืนยันสมมติฐานก่อนหน้าแล้ว…” ไคลน์พูดกับตัวเอง ตามด้วยการรีบตั้งแท่นบูชายันอย่างหยาบ ส่งคำขออัญเชิญตัวเอง และเข้าไปตอบรับคำขอด้วยตัวเองถัดมา ด้วยกายจิตถือนกหวีดทองแดงของมิสเตอร์อะซิกมันหยิบกล่องบุหรี่โลหะและส่งตัวกลับสู่ห้วงมิติสายหมอกไคลน์นั่งลงบนตำแหน่งประธานใหญ่ของโต๊ะทองแดงโบราณ นำปลายนิ้วเสียดสีกันจนเกิดเปลวเพลิง และเริ่มเผาร่างสัญญาเปือนเลือดกับสิ่งของไม่จำเป็นทิ้งจนหมดเมื่อจัดการเสร็จสรรพ มันเปิดกล่องบุหรี่โลหะตรวจสอบและได้พบเรื่องน่าประหลาดเกี่ยวกับดวงตาดำล้วน วัตถุดังกล่าวมิได้แผ่อาการบ้าคลั่งให้เห็นเหมือนกับเมื่อครั้งอยู่บนโลกจริง ทว่า การปนเปือนยังคงแอบแฝงอยู่ภายในอย่างเงียบงัน ไคลน์สัมผัสได้เลือนราง ราวกับมันกำลังจำศีลในฤดูหนาว
“ยังแยกภาวะปนเปือนออกไม่ได้สินะ…” ชายหนุ่มพึมพำด้วยสีหน้าผิดหวัง ขณะเดียวกัน ร่างของบุคคลผู้หนึ่งปรากฏบนเก้าอี้ฝังสมาชิกชุมนุมทาโรต์ แต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีดำยาวผลลัพธ์ออ