ไคลน์ทำเพียงถอนหายใจและตัดพ้อเงียบงันสมกับเป็นบ้านของอดีตไวเคาต์ แม้แต่ห้องใต้ดินก็ยังตกแต่งด้วยวัสถุคุณภาพสูง แถมยังกว้างเท่าห้องนั่นเล่นบ้านเรา…ทันใดนั้น มิลเลอร์ชี้ไปข้างหน้า“ตรงนั้นมีประตูลับ ถูกพบโดยกลุ่มคนงานขณะกำลังปรับปรุงโครงสร้างใหม่”ภายใต้แสงไฟเหลืองนวล ไคลน์เพ่งสายตามองจนพบประตูหินสีเทาตรงมุมห้อง หากประตูยังปิดสนิท คงมองไม่เห็นว่าจุดนี้มีประตูลับซ่อนอยู่ แต่ปัจจุบันถูกเปิดค้างไว้เล็กน้อย“ฝากด้วยนะครับ ขอให้ปลอดภัย” สุภาพบุรุษสูงวัยมิลเลอร์ ยื่นตะเกียงให้ไคลน์พร้อมกับตักเตือนด้วยความหวังดี“ด้านในมีอากาศไหม?” ไคลน์ถามกังวลมิลเลอร์ส่ายศีรษะเล็กน้อย“ไม่อึดอัดมากนัก แต่ผมไม่ได้สั่งให้คนงานสำรวจเข้าไปลึกกว่านั้น”
“เข้าใจแล้ว” ไคลน์ตรวจสอบทรัพย์สินส่วนตัวเป็นหนสุดท้ายก่อนจะนำถุงมือสีดำออกมาสวม ภายใต้การเฝั้ามองจากมิลเลอร์ ชายหนุ่มใช้ไม้ค้ำผลักประตูหินให้เปิดกว้างท่ามกลางเสียงเสียดสีหนักแน่น แสงสลัวภายในห้องช่วยให้ไคลน์มองเห็นทางเดินสีทึบด้านหลังบานประตูสองข้างทางเป็นประตูไม้หลายบาน สุดทางเดินมีประตูหินสีทึบ สภาพค่อนข้างทรุดโทรม แต่ยังพอใช้การได้ไม่โบราณสักเท่าไร…แต่น่าแปลก ประตูไม้ลวดลายหรูหราเหล่านี้ดันไม่เข้ากับลักษณะความเก่าแก่ของทางเดินหิน… หรือตระกูลของไวเคาต์เพิ่งสร้างประตูไม้ในช่วงหลัง?ชายหนุ่มเปิดเนตรวิญญาณพร้อมกับบีบกำไม้ค้ำในมือขวาแน่นขนัด ส่วนอีกข้างถือตะเกียงมอบแส