การปรบมือเสียงดัง“ฉลาดมาก! พวกเราอาจหวาดกลัวผู้วิเศษของรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันก็สามารถหลอกงานใช้มันได้เช่นกัน! ไม่จำเป็นต้องลงมือเองเสียทุกเรื่อง”เพราะผมเคยเป็นเหยี่ยวราตรีมาก่อน ระบบความคิดจึงแตกต่างจากคนเถื่อนโดยสมบูรณ์แบบพวกคุณ…ไคลน์อมยิ้มพลางเย้ยหยันในใจอย่างเหนือกว่าถัดมาเป็นการค้าขายอีกหลายชิ้น ไคลน์รับบทบาทผู้ชมโดยไม่กล่าวสิ่งใด เพียงจ้องมองและนั่งฟังพ่อค้าประกาศขาย และใครบางคนประกาศหาซื้อ มีทั้งล้มเหลวและสำเร็จ แต่ไม่มีหัวข้อใดสร้างความสนใจให้ตนได้
ไคลน์ยังไม่คิดประกาศหาวัตถุดิบโอสถนักมายากลทันที่ มันวางแผนเข้าร่วมชุมนุมนี้อีกสักสองสามหนให้มั่นใจเสียก่อนสถานการณ์ปัจจุบันมิได้อันตรายถึงขั้นต้องเร่งรีบจากวินาทีกลายเป็นนาที่ จนกระทั่งเนตรแห่งปัญญาประกาศยุติการชุมนุม และจัดแจงให้สมาชิกเดินออกโดยเว้นช่วงสามนาที่ในคราวก่อน ไคลน์ต้องกลับไปเป็นคนแรก ส่งผลให้ไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นหลังจากนั้นบ้าง แต่ตอนนี้ได้ทราบแล้วว่า ทางออกจากบ้านมีไม่ต่ำกว่าห้าจุด ผู้ช่วยของเนตรแห่งปัญญาจะเดินไปส่งแต่ละคนโดยสลับทางออกไปเรื่อยๆ เป็นวิธีหลีกเลี่ยงการถูกสะกดรอยตามอย่างได้ผลผ่านไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง เหลือเพียงสมาชิกสามคนสุดท้ายอยู่ภายในห้องนั่งเล่น นอกจากเนตรแห่งปัญญาก็มีแค่ไคลน์และนักปรุงยาร่างท้วมเนตรแห่งปัญญาหันมองไคลน์พลางส่งเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ของชายชรา“ดูเหมือนคุณจะโชคดีสินะ”
เขาจำ